คู่มือผู้เล่นใหม่
หุ้น Dragon Town เล่นยังไง? คู่มือตลาดหุ้นสำหรับคนเริ่มจากศูนย์
ไม่เคยเล่นหุ้นก็เริ่มได้ คู่มือตลาดหุ้น Dragon Town ฉบับอธิบายทุกคำ ตั้งแต่หุ้นคืออะไร ราคาเปลี่ยนเพราะอะไร วิธีซื้อขายแบบ Market, Limit และ Stop Limit การอ่านแท่งเทียน Volume, RSI, MACD ไปจนถึงค่าธรรมเนียม จุดคุ้มทุน พอร์ต ปันผล และการรับเงินจากคำสั่งขาย

หุ้น Dragon Town เล่นยังไง? คู่มือตลาดหุ้นสำหรับคนเริ่มจากศูนย์
เห็นกราฟเขียวแดง เห็นคำว่า Market, Limit, Stop Limit, RSI, MACD แล้วคิดว่า "นี่มันอะไรของมันวะ" จนไม่กล้ากดอะไรเลยใช่ไหม?
คำตอบสั้นที่สุดคือ ตลาดหุ้น Dragon Town เป็นระบบให้ผู้เล่นซื้อหน่วยความเป็นเจ้าของของกิจการในเมือง รอให้ราคาหรือปันผลเปลี่ยน แล้วขายหรือถือต่อโดยยอมรับความเสี่ยงว่าราคาขึ้นได้และลงได้
คุณไม่จำเป็นต้องเคยเล่นหุ้นมาก่อน บทความนี้จะเริ่มตั้งแต่คำว่า "หุ้น" หมายถึงอะไร แล้วพาไปจนถึงการอ่านกราฟ ส่งคำสั่งซื้อขาย คิดค่าธรรมเนียม ดูพอร์ต และถอนปันผล ทุกศัพท์เทคนิคจะมีคำแปลเป็นภาษาคนตามหลังเสมอ
ระบบนี้ตั้งใจใช้หลักคิดหลายอย่างที่พบในตลาดหุ้นจริง ทั้งสัญลักษณ์หุ้น มูลค่าตลาด กราฟแท่งเทียน คำสั่ง Market, Limit และ Stop Limit รวมถึงต้นทุนเฉลี่ยและกำไรที่ยังไม่ขาย การเข้าใจระบบในเมืองจึงช่วยให้คุณอ่านศัพท์และกลไกพื้นฐานของตลาดจริงได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าผลตอบแทนในเกมใช้ทำนายตลาดจริงได้ เพราะตลาดจริงยังมีเรื่องสภาพคล่อง ส่วนต่างราคา ข่าว ภาษี กฎระเบียบ และความเสี่ยงอีกมาก
หุ้นคืออะไร? อธิบายแบบไม่ใช้ภาษาการเงิน
สมมติว่ากิจการหนึ่งถูกแบ่งเป็นชิ้นเล็ก ๆ หลายชิ้น แต่ละชิ้นเรียกว่า หุ้น
ถ้าคุณซื้อหุ้น DTB จำนวน 10 หุ้น นั่นหมายความว่าตัวละครของคุณถือหน่วยความเป็นเจ้าของของธนาคาร Dragon Town อยู่ 10 หน่วย ไม่ได้แปลว่าคุณเป็นเจ้าของธนาคารทั้งหมด และไม่ได้แปลว่าคุณถอนเงินของธนาคารมาใช้ได้
คนถือหุ้นมีโอกาสได้ผลตอบแทนสองทาง:
- ส่วนต่างราคา ซื้อในราคาหนึ่ง แล้วขายได้แพงกว่าเดิม
- ปันผล เงินส่วนหนึ่งที่กิจการจัดสรรให้ผู้ถือหุ้นตามจำนวนหุ้นที่ถือ เมื่อระบบถึงรอบคำนวณ
แต่หุ้นไม่ใช่เงินฝาก ราคาจึงไม่มีคำสัญญาว่าจะสูงขึ้นเสมอ ถ้าซื้อแพงแล้วราคาลง คุณอาจขาดทุน และถ้าซื้อขายถี่โดยไม่คิดค่าธรรมเนียม กำไรบนกราฟอาจหายไปกับค่าธรรมเนียมได้
ตลาดเปิดกี่โมง และเริ่มเล่นตรงไหน?
ให้ไปหา NPC ผู้ดูแลตลาดหุ้น แล้วกดปุ่มที่หน้าจอแจ้งเพื่อเปิด กระดานหลักทรัพย์ Dragon Town
เวลาซื้อขายปกติคือ 08:00-18:00 ตามเวลาในเกม ไม่ใช่เวลาจริงของประเทศไทย สถานะมุมขวาบนจะบอกว่า "เปิดตลาด" หรือ "ปิดตลาด" และฝั่งเซิร์ฟเวอร์เป็นผู้ตัดสินสถานะจริง
ถ้าตลาดปิด คุณยังเปิดดูข้อมูล พอร์ต คำสั่ง และประวัติได้ แต่จะซื้อขายไม่ได้ คำสั่งที่รออยู่ก็จะไม่จับคู่จนกว่าตลาดจะกลับมาเปิด
ส่วนเวลาที่อยู่ใต้กราฟเป็นเวลาไทยจริง โดยแสดงปีเป็น ค.ศ. 1910 ให้เข้ากับยุคของเมือง เพราะฉะนั้นอย่าสับสนระหว่าง:
- เวลาเปิดตลาด ใช้เวลาในเกม
- เวลาแท่งเทียนบนกราฟ ใช้วันและเวลาไทยจริง แต่เปลี่ยนปีที่แสดงเป็น 1910
ในกระดานมีหุ้นอะไรบ้าง?
ตลาดปัจจุบันมี 4 หุ้น แต่ละตัวเป็นคนละกิจการและราคาขยับจากกิจกรรมคนละส่วนของเมือง
DTB - ธนาคาร Dragon Town
หุ้นกลุ่มธนาคาร ราคาอ้างอิงจากสภาพธุรกิจของธนาคารจริงในเมือง เช่น เงินฝาก การหมุนเวียนของธุรกรรม จำนวนธุรกรรม สินเชื่อ การชำระคืน และความเสี่ยงจากบัญชีที่มีปัญหา
ระบบใช้ยอดเงิน ไม่ได้นำทองในบัญชีมารวมเป็นฐานราคาหุ้น DTB
SAW - โรงเลื่อยหลงมู่
หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมไม้ ราคาอิงมูลค่าการขายสินค้าในตะกร้าไม้เข้าสู่ตลาดรับซื้อของระบบเศรษฐกิจ ยิ่งมีการขายจริงในราคาที่มีมูลค่า ธุรกิจก็ยิ่งมีกิจกรรม ไม่ใช่แค่นับว่ามีคนถือไม้กี่ชิ้นอยู่ในกระเป๋า
AGR - ไร่เฟิงโซว
หุ้นกลุ่มการเกษตร ราคาอิงมูลค่าการขายพืชผลเข้าสู่ตลาดรับซื้อ เหมาะกับคนที่อยากติดตามว่าช่วงนี้เศรษฐกิจฝั่งเกษตรคึกคักหรือเงียบกว่าระดับปกติของตัวเอง
ORE - เหมืองจินซาน
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ ราคาอิงมูลค่าการขายแร่และสินค้าที่เกี่ยวข้องเข้าสู่ตลาดรับซื้อ การที่ราคาสินค้าบางเมืองสูงแต่ไม่มีใครนำไปขายจริง ไม่ได้สร้างกิจกรรมให้หุ้น จนกว่าจะเกิดการซื้อขายจริง
ราคาหุ้นขยับเพราะอะไร? ไม่ได้สุ่มล้วน ๆ
ราคาที่เห็นบนจอไม่ได้เอายอดขายหรือยอดเงินฝากมาแปลงเป็นราคาแบบหนึ่งต่อหนึ่ง ระบบแบ่งราคาออกเป็นสองชั้น
ชั้นแรกคือ Fair Price หรือ "ราคาพื้นฐานที่ระบบเห็นว่าเหมาะสม" ระบบคำนวณจากข้อมูลกิจการเป็นรอบ ๆ ประมาณทุก 15 นาที
ชั้นที่สองคือ Current Price หรือ "ราคาที่กำลังซื้อขายตอนนี้" ราคาไหลเข้าหา Fair Price ทีละน้อยทุกประมาณ 5 วินาทีในช่วงตลาดเปิด พร้อมรับแรงจากการซื้อและขายของผู้เล่นและความผันผวนเล็กน้อย
สำหรับ SAW, AGR และ ORE ระบบไม่ได้ดูแค่ว่า 15 นาทีล่าสุดขายของได้มากหรือน้อย แต่เปรียบเทียบกิจกรรมช่วงนี้กับระดับปกติของหุ้นตัวนั้นเอง โดยประมาณ:
- กิจกรรมช่วงสั้นใช้มองว่าตอนนี้ตลาดคึกคักแค่ไหน
- กิจกรรมช่วงยาวใช้เป็นฐานว่าปกติหุ้นตัวนี้เคลื่อนไหวระดับใด
- ถ้าช่วงนี้แรงกว่าฐานของตัวเอง Fair Price มีแรงขึ้น
- ถ้าช่วงนี้อ่อนกว่าฐานของตัวเอง Fair Price มีแรงลง
- ถ้าตลาดเงียบต่ำกว่าระดับที่กำหนด ระบบถือว่า "ตลาดหลับ" และไม่ใช้ความเงียบนั้นลาก Fair Price ลงทันที
จุดนี้สำคัญมาก เพราะคำว่า "วันนี้ขายของเยอะ" ไม่ได้แปลว่าหุ้นต้องพุ่งทันที และ "กลางคืนไม่มีใครขายของ" ก็ไม่ได้แปลว่าหุ้นต้องดิ่งทุกคืน ราคาเปรียบเทียบกับประวัติของกิจการและค่อย ๆ เคลื่อน ไม่ใช่ปุ่มแจกกำไร
เพื่อกันราคากระโดดรุนแรง ระบบจำกัดการขยับต่อช่วงเวลา และมี Circuit Breaker หรือ "เบรกตลาด" เมื่อหุ้นเปลี่ยนถึงกรอบประมาณ 12% ภายในวัน หุ้นตัวนั้นจะหยุดการซื้อขายเพื่อควบคุมความผิดปกติ
อ่านกระดานหลักให้เป็นก่อนกดซื้อ
หน้า ตลาด ใช้ดูภาพรวมทั้ง 4 หุ้น ตัวเลขแต่ละช่องหมายถึงดังนี้
- สัญลักษณ์ ชื่อย่อของหุ้น เช่น DTB หรือ AGR ใช้ระบุหุ้นให้ไม่สับสน
- ราคาล่าสุด ราคาปัจจุบันต่อหนึ่งหุ้น
- เปลี่ยนแปลง เปอร์เซ็นต์ที่ราคาต่างจากราคาปิดก่อนหน้า เขียวคือบวก แดงคือลบ
- ราคาเปิด ราคาตอนเริ่มรอบตลาดของวัน
- สูงสุด / ต่ำสุด ราคาสูงสุดและต่ำสุดที่เกิดขึ้นในวันนั้น
- ปิดก่อนหน้า ราคาปิดของรอบก่อน ใช้เป็นฐานคิดเปอร์เซ็นต์เปลี่ยนแปลง
- ปริมาณซื้อขาย หรือ Volume จำนวนกิจกรรมซื้อขายที่เกิดขึ้น บอกความคึกคัก ไม่ได้บอกว่าราคาจะขึ้นแน่นอน
- Market Cap มูลค่าตลาดตามสูตร ราคาปัจจุบัน x จำนวนหุ้นจดทะเบียน
- หุ้นหมุนเวียนเหลือ จำนวนหุ้นที่ยังสามารถถูกซื้อจากตลาดได้ในขณะนั้น
ตัวอย่าง DTB ราคา 100 หยวน มีหุ้นจดทะเบียน 200,000 หุ้น จะมี Market Cap เท่ากับ 20,000,000 หยวน
Market Cap ไม่ใช่เงินสดที่วางอยู่ในธนาคาร และไม่ใช่จำนวนเงินที่ผู้เล่นทุกคนจะถอนออกได้พร้อมกัน มันเป็นตัวเลขวัดขนาดกิจการบนกระดานจากราคาต่อหุ้นคูณจำนวนหุ้นจดทะเบียน
หุ้นจดทะเบียนของระบบปัจจุบันมีดังนี้:
- DTB จำนวน 200,000 หุ้น
- SAW จำนวน 60,000 หุ้น
- AGR จำนวน 100,000 หุ้น
- ORE จำนวน 50,000 หุ้น
จำนวนนี้เป็นเพดานจริงทั้งเซิร์ฟเวอร์ หุ้นที่ผู้เล่นถือรวมกับหุ้นที่ถูกจองไว้ในคำสั่งซื้อค้างจะไม่เกินเพดาน ถ้าหน้าจอแจ้งว่าหุ้นหมุนเวียนหมด คุณต้องรอให้มีคนขายคืนตลาดหรือยกเลิกคำสั่งซื้อที่จองหุ้นอยู่
ซื้อหุ้นครั้งแรก ทำตามนี้ทีละขั้น
สำหรับคนที่ไม่เคยแตะหุ้นมาก่อน เริ่มด้วย Market Order จำนวนน้อยเพื่อเรียนรู้ทางเดินของเงินก่อน
- เปิดกระดานในช่วง 08:00-18:00 ตามเวลาในเกม
- ที่หน้า "ตลาด" เลือกหุ้นที่ต้องการ เช่น AGR
- เข้าแท็บ "กราฟและซื้อขาย"
- เลือกฝั่ง "ซื้อ"
- เลือกประเภท "Market"
- ใส่จำนวนหุ้น เช่น 1 หรือ 5 หุ้น อย่าเพิ่งใช้เงินก้อนใหญ่ในการทดลองครั้งแรก
- อ่านช่อง "รวมจ่ายเมื่อซื้อ" ให้ครบ ตัวเลขนี้รวมค่าธรรมเนียมแล้ว
- กดซื้อหนึ่งครั้ง และรอผลจากระบบ อย่ากดรัว
- เปิดแท็บ "พอร์ตหุ้น" เพื่อตรวจจำนวนและต้นทุน
- เปิดแท็บ "ประวัติ" เพื่อตรวจรายการที่เกิดขึ้นจริง
ระบบจำกัดการซื้อสูงสุด 100 หุ้นต่อคำสั่ง และซื้อสะสมสูงสุด 500 หุ้นต่อวันต่อหุ้นหนึ่งตัว เช่น วันนี้ซื้อ AGR ครบ 500 หุ้นแล้ว ยังซื้อ DTB ได้ตามโควตาของ DTB แต่ซื้อ AGR เพิ่มไม่ได้จนกว่าโควตาจะรีเซ็ต
การขายจำกัดสูงสุด 100 หุ้นต่อคำสั่งเช่นกัน และหุ้นต้องผ่านเวลาถือขั้นต่ำก่อน
คำสั่งซื้อขาย 3 แบบ ต่างกันอย่างไร?
คำว่า "คำสั่ง" หรือ Order คือเงื่อนไขที่คุณส่งให้ระบบว่าจะซื้อหรือขายหุ้นตัวไหน จำนวนเท่าไร และยอมรับราคาแบบใด
ไม่มีแบบไหนดีที่สุดตลอดเวลา แต่ละแบบแลกความเร็วกับการควบคุมราคา
Market Order: เอาตอนนี้ ใช้ราคาตลาดตอนนี้
Market Order คือคำสั่งซื้อหรือขายทันทีด้วยราคาปัจจุบันที่เซิร์ฟเวอร์ยืนยันในขณะนั้น
เหมาะเมื่อ:
- ต้องการให้รายการเกิดทันที
- รับราคาปัจจุบันได้
- กำลังฝึกซื้อขายครั้งแรกด้วยจำนวนน้อย
ตัวอย่าง:
AGR อยู่ที่ 20 หยวน คุณส่ง Market Buy 10 หุ้น ระบบซื้อที่ราคาปัจจุบันที่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ตรวจตอนทำรายการ แล้วตัดเงินพร้อมค่าธรรมเนียม
ข้อดีคือเข้าใจง่ายและรู้ผลเร็ว ข้อเสียคือคุณไม่ได้กำหนดราคาเป้าหมายเอง ถ้าราคาเคลื่อนก่อนเซิร์ฟเวอร์ยืนยัน รายการจะยึดราคาที่เซิร์ฟเวอร์ใช้จริง ไม่ใช่ตัวเลขเก่าที่คุณจำจากหน้าจอ
Limit Order: ซื้อไม่เกินนี้ หรือขายไม่ต่ำกว่านี้
Limit Order คือคำสั่งที่กำหนดราคารอไว้
- Buy Limit แปลว่า "ฉันจะซื้อเมื่อราคาลงมาถึงราคานี้หรือต่ำกว่า"
- Sell Limit แปลว่า "ฉันจะขายเมื่อราคาขึ้นถึงราคานี้หรือสูงกว่า"
ตัวอย่าง Buy Limit:
DTB ราคาปัจจุบัน 106 หยวน แต่คุณต้องการซื้อไม่เกิน 103 หยวน จึงตั้งซื้อ Limit ที่ 103 คำสั่งจะรอจนตลาดลงมาเข้าเงื่อนไข
ตัวอย่าง Sell Limit:
คุณถือ DTB และต้องการขายเมื่อราคาขึ้นถึง 112 หยวน จึงตั้งขาย Limit ที่ 112 คำสั่งจะรอจนตลาดขึ้นมาเข้าเงื่อนไข
ถ้าคุณตั้ง Buy Limit สูงกว่าหรือเท่าราคาปัจจุบัน หรือ Sell Limit ต่ำกว่าหรือเท่าราคาปัจจุบัน เงื่อนไขพร้อมทำงานอยู่แล้ว ระบบอาจจับคู่ทันทีแทนการตั้งรอ
สิ่งที่ต้องรู้เฉพาะระบบ Dragon Town คือ เมื่อ Limit จับคู่ ระบบใช้ ราคา Limit ที่คุณตั้ง เป็นราคาทำรายการ ไม่ใช่ระบบหาส่วนลดหรือ Price Improvement ให้เอง เพราะฉะนั้นตรวจตัวเลขก่อนยืนยันทุกครั้ง
ตอนตั้งซื้อ Limit เงินสำหรับคำสั่งและค่าธรรมเนียมจะถูกกันไว้ จึงเอาเงินก้อนเดียวกันไปตั้งคำสั่งอื่นซ้ำไม่ได้ ส่วนตอนตั้งขาย Limit หุ้นจำนวนนั้นจะถูกจองไว้และแสดงเป็นหุ้นที่ยังถืออยู่แต่ "ใช้ไม่ได้" จนกว่าคำสั่งจะสำเร็จหรือถูกยกเลิก
คำสั่ง Limit มีข้อดีคือควบคุมราคาได้ แต่ ไม่รับประกันว่าจะได้ซื้อหรือขาย หากราคาไม่เคยเข้าเงื่อนไข คำสั่งก็จะรอต่อไป
Stop Limit: สั่งให้ระบบเริ่มทำงานเมื่อราคาแตะจุดที่กำหนด

Stop Limit มีตัวเลขสองช่อง และเป็นจุดที่มือใหม่สับสนมากที่สุด
- Stop Price คือสวิตช์ปลุกคำสั่ง
- Limit Price คือราคาที่คำสั่งจะยอมจับคู่หลังจากถูกปลุกแล้ว
จำง่าย ๆ ว่า Stop มีหน้าที่เริ่ม ส่วน Limit มีหน้าที่คุมราคา
Buy Stop Limit ใช้ซื้อตอนราคาทะลุขึ้น
สมมติราคาปัจจุบัน 100 หยวน คุณเชื่อว่าถ้าราคาทะลุ 105 จะเป็นสัญญาณเริ่มแรงขึ้น จึงตั้ง:
- Stop 105
- Limit 107
เมื่อราคาแตะหรือสูงกว่า 105 คำสั่งจะเปลี่ยนเป็น Buy Limit ที่ 107 แล้วจับคู่ได้เมื่อราคาอยู่ที่ 107 หรือต่ำกว่า
ถ้าราคากระโดดจาก 104 ไป 110 คำสั่งถูกปลุกแล้วจริง แต่จะยังไม่ซื้อ เพราะ 110 แพงกว่า Limit 107 คุณจึงไม่ถูกบังคับให้ไล่ซื้อที่ 110 แต่ก็มีโอกาสพลาดรายการถ้าราคาไม่ย่อลงมา
ระบบกำหนดให้ Buy Stop ต้องอยู่สูงกว่าราคาตลาดตอนตั้งคำสั่ง
Sell Stop Limit ใช้ป้องกันเมื่อราคาหลุดลง
สมมติราคาปัจจุบัน 100 หยวน คุณต้องการเริ่มขายเมื่อราคาหลุด 95 แต่ไม่ยอมขายต่ำกว่า 93 จึงตั้ง:
- Stop 95
- Limit 93
เมื่อราคาลงมาแตะหรือต่ำกว่า 95 คำสั่งจะเปลี่ยนเป็น Sell Limit ที่ 93 และจับคู่ได้เมื่อราคาอยู่ที่ 93 หรือสูงกว่า
ถ้าราคากระโดดจาก 96 ลงไป 90 คำสั่งถูกปลุก แต่ยังขายไม่ได้ เพราะ 90 ต่ำกว่า Limit 93 มันจะรอจนราคากลับมาเข้าเงื่อนไข หรือจนคุณยกเลิก
ระบบกำหนดให้ Sell Stop ต้องอยู่ต่ำกว่าราคาตลาดตอนตั้งคำสั่ง
นี่คือเหตุผลที่ Stop Limit ไม่ใช่ประกันว่าขายออกแน่นอน มันช่วยควบคุมราคาต่ำสุดที่ยอมรับ แต่ยิ่งกำหนด Limit แคบ โอกาสที่ตลาดวิ่งผ่านแล้วคำสั่งค้างก็ยิ่งมี
หน้ากราฟมีอะไรให้ดูบ้าง?

กราฟไม่ใช่ลูกแก้วทำนายอนาคต มันเป็นการย่อสิ่งที่ราคาเคยทำให้เราอ่านง่ายขึ้น หน้าเดียวมีกราฟแท่งเทียน ปริมาณซื้อขาย RSI และ MACD
กราฟแท่งเทียน หรือ Candlestick
หนึ่งแท่งสรุปราคาในช่วงเวลาหนึ่งด้วยข้อมูล 4 ค่า เรียกรวมว่า OHLC
- Open ราคาเปิดของช่วง
- High ราคาสูงสุดของช่วง
- Low ราคาต่ำสุดของช่วง
- Close ราคาปิดของช่วง
ถ้าราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด แท่งจะเป็นฝั่งบวก ถ้าราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด แท่งจะเป็นฝั่งลบ ไส้บนและไส้ล่างบอกว่าระหว่างช่วงนั้นราคาเคยวิ่งไปไกลแค่ไหนก่อนกลับมาปิด
แท่งเดียวไม่ได้บอกอนาคต ต้องอ่านร่วมกับแนวโน้มหลายแท่ง ปริมาณซื้อขาย และบริบทของกิจการ
Timeframe คืออะไร?
Timeframe คือขนาดเวลาที่หนึ่งแท่งแทนอยู่ ระบบมี 15m, 1h, 1D, 5D, 1M, 3M และ 1Y
- 15m ใช้ดูการเคลื่อนไหวละเอียด แต่มีความแกว่งรบกวนมาก
- 1h ช่วยเห็นจังหวะภายในวันชัดขึ้น
- 1D และ 5D ช่วยมองภาพกว้างโดยไม่ติดการแกว่งสั้นเกินไป
- 1M, 3M และ 1Y ใช้ดูแนวโน้มระยะยาว
การเปลี่ยน Timeframe ไม่ได้เปลี่ยนราคาจริง มันแค่รวมข้อมูลเป็นแท่งขนาดต่างกัน ภาพที่ดูเหมือนขึ้นแรงใน 15 นาทีอาจเป็นเพียงการเด้งเล็กน้อยเมื่อมองกราฟหนึ่งเดือน
Volume คืออะไร?
Volume คือปริมาณกิจกรรมซื้อขายในช่วงนั้น ใช้ตอบคำถามว่า "การขยับครั้งนี้มีคนเข้าร่วมมากหรือน้อย"
- ราคาขึ้นพร้อม Volume สูง แปลว่าการขยับมีธุรกรรมรองรับมากกว่าปกติ
- ราคาขึ้นแต่ Volume ต่ำ แปลว่าตลาดอาจบางและควรระวังการสรุปเร็วเกินไป
- Volume สูงไม่ได้แปลว่าต้องขึ้น เพราะการขายหนักก็ทำให้ Volume สูงได้
RSI คืออะไร?
RSI ย่อมาจาก Relative Strength Index เป็นตัววัดแรงส่งของราคาบนสเกล 0-100
คนมักใช้ 70 และ 30 เป็นจุดสังเกตเบื้องต้น:
- สูงกว่า 70 มักเรียกว่า Overbought หรือ "ร้อนแรงมาก"
- ต่ำกว่า 30 มักเรียกว่า Oversold หรือ "อ่อนแรงมาก"
แต่ RSI เกิน 70 ไม่ได้สั่งให้ขายทันที และ RSI ต่ำกว่า 30 ไม่ได้แปลว่าซื้อแล้วต้องเด้ง หุ้นที่มีแนวโน้มแรงสามารถค้างอยู่โซนสูงหรือต่ำได้นาน ให้ RSI เป็นคำถามว่า "แรงเริ่มสุดโต่งหรือยัง" ไม่ใช่คำตอบว่ารอบต่อไปราคาจะไปทางไหนแน่นอน
MACD คืออะไร?
MACD ย่อมาจาก Moving Average Convergence Divergence เป็นเครื่องมือเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยราคาที่ตอบสนองเร็วกับค่าเฉลี่ยที่ตอบสนองช้ากว่า เพื่อดูแนวโน้มและการเปลี่ยนของแรงส่ง
บนหน้าจอจะเห็นเส้นและแท่ง Histogram:
- เส้นเร็วตัดขึ้นเหนือเส้นสัญญาณ บอกว่าแรงส่งระยะสั้นกำลังดีขึ้น
- เส้นเร็วตัดลงใต้เส้นสัญญาณ บอกว่าแรงส่งระยะสั้นกำลังอ่อนลง
- แท่ง Histogram ห่างจากเส้นศูนย์มากขึ้น แปลว่าความต่างของแรงส่งกว้างขึ้น
- แท่งหดกลับหาเส้นศูนย์ แปลว่าแรงส่งกำลังลดลง
MACD ตอบสนองจากราคาที่เกิดไปแล้ว จึงมีความล่าช้า อย่าใช้การตัดเส้นครั้งเดียวเป็นเหตุผลทุ่มเงินทั้งหมด
ค่าธรรมเนียม 2% ทำไมราคาขึ้นนิดเดียวแล้วยังไม่กำไร?
ระบบคิดค่าธรรมเนียมสองฝั่ง:
- ซื้อ เสียค่าธรรมเนียม 2% ของมูลค่าหุ้น
- ขาย เสียค่าธรรมเนียม 2% ของมูลค่าหุ้น
- ถอนปันผล เสียค่าธรรมเนียมถอน 2% ของยอดปันผล
สูตรซื้อคือ:
เงินที่จ่ายจริง = ราคาซื้อ x จำนวนหุ้น x 1.02
สูตรขายคือ:
เงินที่รับสุทธิ = ราคาขาย x จำนวนหุ้น x 0.98
ถ้าต้องการหาว่าราคาต้องขึ้นถึงเท่าไรจึงคุ้มค่าธรรมเนียมทั้งขาเข้าและขาออก:
ราคาคุ้มทุน = ราคาซื้อ x 1.02 / 0.98
หรือประมาณ:
ราคาคุ้มทุน = ราคาซื้อ x 1.040816
แปลว่าราคาต้องสูงกว่าราคาซื้อประมาณ 4.08% จึงเริ่มคุ้มค่าธรรมเนียมสองฝั่ง ภายใต้สมมติฐานว่าซื้อและขายจำนวนเดียวกันและไม่มีต้นทุนอื่น
ตัวอย่าง ซื้อ 10 หุ้นที่หุ้นละ 100 หยวน:
- มูลค่าหุ้น 1,000 หยวน
- ค่าธรรมเนียมซื้อ 20 หยวน
- เงินถูกตัดจริง 1,020 หยวน
- ถ้าขายที่ 104 หยวน มูลค่าขาย 1,040 หยวน
- ค่าธรรมเนียมขาย 20.80 หยวน
- รับสุทธิ 1,019.20 หยวน
ราคาขึ้น 4% แต่คุณยังขาดทุนสุทธิ 0.80 หยวน เพราะยังไม่ผ่านจุดคุ้มทุนประมาณ 104.0816 หยวน
นี่เป็นหลักเดียวกับโลกจริงที่ว่า กำไรจากราคาไม่เท่ากับกำไรสุทธิ เพราะค่าธรรมเนียมและต้นทุนการทำรายการลดผลตอบแทน
ต้องถือหุ้นนานแค่ไหนจึงขายได้?
หุ้นต้องถูกถืออย่างน้อย 30 นาที ก่อนตั้งคำสั่งขายทุกประเภท
ข้อที่คนมักพลาดคือ ถ้าซื้อหุ้นตัวเดิมเพิ่ม ระบบใช้เวลาจากการซื้อล่าสุดเป็นตัวนับของการถือหุ้นก้อนนั้น เช่น:
- 10:00 ซื้อ AGR 20 หุ้น
- 10:25 ซื้อ AGR เพิ่ม 5 หุ้น
- เวลาขายจะเริ่มนับจากรายการล่าสุด 10:25
- ต้องรอประมาณ 10:55 จึงขาย AGR ที่ถืออยู่ได้
ก่อนกดซื้อเพิ่มจึงควรถามตัวเองว่าอาจต้องขายของเดิมเร็ว ๆ นี้หรือไม่ เพราะการเติมหุ้นสามารถทำให้นาฬิกาถือขั้นต่ำเริ่มใหม่
อ่านพอร์ตหุ้นอย่างไรไม่ให้หลงตัวเลข

แท็บ พอร์ตหุ้น คือหน้าสรุปว่าคุณถืออะไรอยู่และสถานะเป็นอย่างไร
- จำนวนหุ้นรวม จำนวนหุ้นทุกตัวที่ถือรวมกัน
- ต้นทุนรวม หรือ Cost Basis มูลค่าต้นทุนราคาหุ้นที่ซื้อสะสม
- มูลค่าปัจจุบัน จำนวนหุ้นคูณราคาตลาดล่าสุด
- กำไร/ขาดทุนโดยประมาณ มูลค่าปัจจุบันลบต้นทุน
- ทุนเฉลี่ย หรือ Average Price ราคาซื้อเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักต่อหุ้น
- หุ้นที่ใช้ได้ หุ้นที่ยังไม่ถูกจองในคำสั่งขาย
- ปันผลสะสม ปันผลที่ระบบบันทึกไว้แต่ยังไม่ได้ถอนเป็นเงินสด
ถ้าบรรทัด AGR แสดง 100 (80 ใช้ได้) แปลว่าคุณถือ AGR 100 หุ้น แต่ 20 หุ้นถูกจองอยู่ในคำสั่งขายที่ยังไม่จบ จึงตั้งขายเพิ่มได้เพียง 80 หุ้น
กำไรสีเขียวในพอร์ต อาจยังไม่ใช่กำไรสุทธิ
กำไร/ขาดทุนในพอร์ตเป็น Unrealized P&L หรือ "กำไรขาดทุนที่ยังไม่เกิดเป็นเงินสด" คำนวณจากราคาปัจจุบันเทียบต้นทุนหุ้น และยังไม่หักค่าธรรมเนียมขายที่จะเกิดขึ้น
ถ้าพอร์ตเขียว 3% แต่การซื้อและขายรวมมีต้นทุนประมาณ 4.08% คุณอาจยังขาดทุนสุทธิเมื่อขายจริง ให้ใช้สูตรค่าธรรมเนียมด้านบนก่อนตัดสินใจ
กำไรจะกลายเป็น Realized P&L หรือ "กำไรขาดทุนที่เกิดขึ้นจริง" ก็ต่อเมื่อขายสำเร็จและรับเงินเรียบร้อยแล้ว
แท็บคำสั่งสำคัญกว่าที่คิด

แท็บ คำสั่ง ใช้ตรวจ Limit และ Stop Limit ที่ยังไม่จบ สถานะหลักที่ผู้เล่นควรรู้มีดังนี้
- รอจับคู่ Limit ทำงานแล้วแต่ราคายังไม่เข้าเงื่อนไข
- รอแตะ Stop Stop Limit ยังไม่ถึงราคาที่ใช้ปลุกคำสั่ง
- ยกเลิก คืนเงินที่จองไว้สำหรับคำสั่งซื้อ หรือปลดหุ้นที่จองไว้สำหรับคำสั่งขาย
- รอรับเงิน คำสั่งขาย Limit จับคู่แล้ว แต่เงินยังไม่ได้เข้าตัวละคร
จุดที่สำคัญที่สุดคือ ขายแบบ Market รับเงินทันที แต่ขายแบบ Limit หรือ Stop Limit ที่กลายเป็น Limit แล้วจับคู่สำเร็จ ต้องเข้าหน้าคำสั่งและกด "รับเงิน"
ถ้าหุ้นหายจากจำนวนที่ใช้ขายได้ แต่เงินยังไม่เข้า อย่าเพิ่งคิดว่าระบบกินเงิน ให้ตรวจหน้าคำสั่งว่ามีแถว "รอรับเงิน" หรือไม่
การยกเลิกคำสั่งซื้อที่รออยู่จะคืนเงินที่ถูกกันไว้และคืนหุ้นหมุนเวียนที่คำสั่งนั้นจอง ส่วนการยกเลิกคำสั่งขายจะปลดหุ้นกลับมาเป็นหุ้นที่ใช้ได้
ปันผลคืออะไร และรับอย่างไร?
ปันผลคือส่วนแบ่งจากกิจกรรมของกิจการที่แจกตามจำนวนหุ้นที่ถือ ระบบคำนวณรอบปันผลประมาณทุก 168 ชั่วโมง หรือ 7 วัน แล้วเพิ่มยอดไว้ใน "ปันผลสะสม"
แหล่งเงินปันผลของแต่ละกลุ่มต่างกัน:
- DTB อิงส่วนหนึ่งจากปริมาณเงินหมุนของธุรกรรมธนาคารในรอบนั้น
- SAW, AGR และ ORE อิงส่วนหนึ่งจากมูลค่าขายสินค้าที่สะสมจริงในรอบนั้น
ปันผลต่อหุ้นมีกรอบขั้นต่ำและสูงสุดของระบบ ไม่ได้หมายความว่ากิจกรรมมากแค่ไหนก็จ่ายไม่จำกัด
เมื่อระบบสร้างรอบปันผล เงิน ไม่เข้ากระเป๋าตัวละครอัตโนมัติ ให้เข้าแท็บพอร์ต ดูยอดปันผลสะสม แล้วกด "ถอนปันผล" ระบบจะหักค่าธรรมเนียม 2% ก่อนโอนเงินสดให้ตัวละคร และยอดถอนขั้นต่ำคือ 1 หยวน
การถือหุ้นเพื่อหวังปันผลไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงราคาหายไป คุณอาจได้ปันผลแต่ราคาหุ้นลดมากกว่ายอดปันผลก็ได้ ต้องมองผลตอบแทนรวม ไม่ใช่ดูปันผลอย่างเดียว
ตัวอย่างซื้อจนขายจบหนึ่งรอบ
สมมติผู้เล่นใหม่สนใจ AGR และราคาปัจจุบันอยู่ที่ 20 หยวน
ขั้นที่ 1 ซื้อ
ซื้อ Market 10 หุ้น
- มูลค่าหุ้น = 20 x 10 = 200 หยวน
- ค่าธรรมเนียมซื้อ = 200 x 2% = 4 หยวน
- เงินถูกตัดจริง = 204 หยวน
จากนั้น AGR 10 หุ้นจะปรากฏในพอร์ต แต่ยังขายไม่ได้จนผ่านเวลาถือขั้นต่ำ 30 นาที
ขั้นที่ 2 รอและติดตาม
ระหว่างรอ ดูว่ากิจกรรมภาคเกษตรเป็นอย่างไร อ่านกราฟ 15m ควบคู่กับ 1h อย่าตัดสินจากแท่งเขียวแท่งเดียว และจำไว้ว่าการซื้อเพิ่มจะเริ่มเวลาถือขั้นต่ำใหม่
ขั้นที่ 3 ขาย
หลังผ่าน 30 นาที ราคาขึ้นเป็น 21.50 หยวนและคุณขาย Market ทั้ง 10 หุ้น
- มูลค่าขาย = 21.50 x 10 = 215 หยวน
- ค่าธรรมเนียมขาย = 215 x 2% = 4.30 หยวน
- เงินรับสุทธิ = 210.70 หยวน
- กำไรสุทธิทั้งรอบ = 210.70 - 204 = 6.70 หยวน
ราคาหุ้นขึ้น 7.5% แต่กำไรสุทธิจากเงินจริงเท่ากับ 6.70 หยวน ไม่ใช่ 15 หยวน เพราะมีค่าธรรมเนียมทั้งตอนซื้อและขาย
ถ้าเปลี่ยนจาก Market Sell เป็น Limit Sell ที่ 21.50 แล้วคำสั่งจับคู่ อย่าลืมไปแท็บคำสั่งและกดรับเงิน
วิธีเริ่มเล่นแบบไม่พังตั้งแต่วันแรก
1. ทดลองด้วย 1-10 หุ้นก่อน
เป้าหมายรอบแรกไม่ใช่รวย แต่คือเรียนรู้ว่าเงินถูกตัดตรงไหน หุ้นไปอยู่ตรงไหน เวลาถือทำงานอย่างไร และขายแล้วรับเงินทางใด
2. อ่านกิจการก่อนอ่านอินดิเคเตอร์
RSI หรือ MACD สวยไม่ได้เปลี่ยนว่า DTB อิงธนาคาร ส่วน SAW, AGR และ ORE อิงการขายของในเศรษฐกิจ เริ่มจากเข้าใจว่าหุ้นทำธุรกิจอะไร แล้วค่อยใช้กราฟช่วยอ่านจังหวะ
3. คิดจุดคุ้มทุนก่อนตั้งราคาเป้าหมาย
เอาราคาซื้อเฉลี่ยคูณประมาณ 1.040816 เพื่อดูราคาขายขั้นต่ำที่คุ้มค่าธรรมเนียมสองฝั่ง แล้วค่อยคิดว่าความเสี่ยงที่ยอมรับได้อยู่ตรงไหน
4. อย่าไล่ซื้อเพียงเพราะตัวเลขเป็นสีเขียว
เปอร์เซ็นต์บวกบอกว่าแพงกว่าราคาปิดก่อนหน้า ไม่ได้บอกว่ายังถูก หุ้นที่ขึ้นมาแล้วอาจขึ้นต่อหรือย้อนลงก็ได้
5. แบ่งเงิน ไม่ทุ่มคำสั่งเดียว
การแบ่งซื้อเป็นก้อนช่วยลดความเสี่ยงจากการเลือกจังหวะผิดครั้งเดียว แต่ต้องระวังว่าการซื้อหุ้นตัวเดิมเพิ่มจะเริ่มเวลาถือขั้นต่ำใหม่ และการซื้อขายหลายรอบมีค่าธรรมเนียมทุกครั้ง
6. กระจายความเสี่ยงอย่างมีเหตุผล
การถือหุ้นธนาคาร ไม้ เกษตร และเหมืองผสมกันช่วยลดการฝากความหวังทั้งหมดไว้กับกิจการเดียว แต่ตลาดในเมืองมีเพียง 4 หุ้น จึงยังไม่ใช่การกระจายความเสี่ยงแบบกว้างเหมือนตลาดจริง
7. ตรวจคำสั่งก่อนออกจากหน้า
ดูว่ามีเงินหรือหุ้นถูกจองไว้หรือไม่ Stop Limit ตั้ง Stop กับ Limit ถูกด้านหรือไม่ และมีรายการขายรอรับเงินหรือเปล่า
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตลาดหุ้น Dragon Town
ซื้อหุ้นแล้วทำไมไม่มีใบหุ้นในกระเป๋า?
เพราะระบบใหม่เก็บหุ้นเป็นข้อมูลพอร์ตของตัวละคร ไม่มีการแจกไอเทมใบหุ้น ให้ตรวจแท็บพอร์ตและประวัติ
ทำไมกดขายไม่ได้ทั้งที่มีหุ้น?
สาเหตุที่พบบ่อยคือยังถือไม่ครบ 30 นาที เพิ่งซื้อหุ้นตัวเดิมเพิ่มทำให้เวลาเริ่มใหม่ หุ้นถูกจองในคำสั่งขายอื่น ตลาดปิด หรือหุ้นตัวนั้นถูก Circuit Breaker พักการซื้อขาย
ทำไมตั้งซื้อ Limit แล้วเงินหาย?
เงินไม่ได้หาย แต่ถูกกันไว้สำหรับคำสั่งนั้นพร้อมค่าธรรมเนียม เพื่อไม่ให้ใช้เงินก้อนเดียวกันตั้งหลายคำสั่ง ถ้ายกเลิกก่อนจับคู่ ระบบจะคืนเงินที่จอง
ทำไมตั้งขายแล้วหุ้นที่ใช้ได้ลดลง?
หุ้นถูกจองไว้ในคำสั่งขายเพื่อป้องกันการขายหุ้นก้อนเดียวกันซ้ำ ยกเลิกคำสั่งแล้วหุ้นจะกลับมาใช้ได้
ขายสำเร็จแล้วทำไมเงินยังไม่เข้า?
ถ้าเป็น Market Sell เงินเข้าโดยตรง แต่ถ้าเป็น Limit หรือ Stop Limit ที่จับคู่แล้ว ให้ไปแท็บคำสั่ง หาแถวสถานะรอรับเงิน แล้วกด "รับเงิน"
ทำไม Stop Limit แตะ Stop แล้วไม่ซื้อหรือขาย?
เพราะ Stop มีหน้าที่เปลี่ยนคำสั่งให้เป็น Limit เท่านั้น หลังจากนั้นราคายังต้องเข้าเงื่อนไข Limit ด้วย ถ้าราคากระโดดข้าม Limit คำสั่งจะรอ
ทำไมซื้อไม่ได้ทั้งที่มีเงินพอ?
อาจติดเพดาน 100 หุ้นต่อคำสั่ง โควตา 500 หุ้นต่อวันของหุ้นตัวนั้น หุ้นหมุนเวียนหมด ตลาดปิด ระบบพักหุ้น หรือมีเงินบางส่วนถูกจองไว้ในคำสั่งอื่น
ซื้อหุ้นไว้แล้วจะได้ปันผลทุกครั้งไหม?
ปันผลขึ้นกับรอบคำนวณ กิจกรรมของกิจการ จำนวนหุ้นที่ถือในจังหวะที่ระบบบันทึกรอบ และกรอบปันผลของระบบ ไม่ใช่ดอกเบี้ยคงที่ที่รับประกันยอดเท่าเดิม
ปันผลเข้าตัวอัตโนมัติหรือไม่?
ไม่เข้าอัตโนมัติ ปันผลจะสะสมในพอร์ต ต้องกดถอนเอง และมีค่าธรรมเนียมถอน 2%
กราฟขึ้น หมายความว่าควรซื้อใช่ไหม?
ไม่เสมอ กราฟขึ้นบอกเพียงว่าราคาในอดีตถึงปัจจุบันขยับขึ้น ไม่ได้ยืนยันว่ารอบต่อไปจะขึ้นต่อ ต้องดูราคา ต้นทุน กิจการ Volume ความเสี่ยง และแผนออกจากรายการร่วมกัน
เล่นหุ้น Dragon Town เป็นแล้ว เล่นหุ้นจริงได้เลยไหม?
คุณจะเข้าใจภาษาพื้นฐานและทางเดินของคำสั่งมากขึ้น เช่น หุ้น Market Cap OHLC Volume Market Order Limit Order Stop Limit ต้นทุนเฉลี่ย กำไรที่ยังไม่ขาย และปันผล ซึ่งเป็นฐานที่ดีมากสำหรับศึกษาตลาดจริงต่อ แต่ก่อนใช้เงินจริงยังต้องเรียนเรื่องสภาพคล่อง Bid-Ask Spread การจับคู่คำสั่ง Slippage ข่าว งบการเงิน ภาษี กฎของตลาด และการบริหารความเสี่ยงเพิ่มเติม
สรุป: เริ่มจากเข้าใจเงินหนึ่งรอบ แล้วค่อยอ่านกราฟให้ลึก
ถ้าจำทุกอย่างไม่ไหว ให้จำเส้นทางนี้ก่อน:
เลือกกิจการ -> อ่านราคากับหุ้นหมุนเวียน -> เลือกประเภทคำสั่ง -> ตรวจค่าธรรมเนียม -> ซื้อจำนวนน้อย -> ดูพอร์ต -> รอเวลาถือขั้นต่ำ -> วางแผนขาย -> ตรวจแท็บคำสั่ง -> รับเงินหรือถอนปันผล
หัวใจของตลาดหุ้นไม่ใช่การเดาว่าแท่งต่อไปจะเขียวหรือแดง แต่คือการรู้ว่าตัวเองกำลังซื้ออะไร จ่ายต้นทุนเท่าไร ยอมขาดทุนได้แค่ไหน และจะออกจากรายการด้วยเงื่อนไขใด
เมื่อเข้าใจ Market, Limit และ Stop Limit อ่าน OHLC, Volume, RSI, MACD ได้ แยกกำไรบนหน้าจอออกจากกำไรสุทธิเป็น และไม่ลืมตรวจพอร์ตกับคำสั่ง คุณก็ไม่ได้แค่ "กดเล่นหุ้นในเมือง" อีกต่อไป แต่กำลังฝึกวิธีคิดพื้นฐานที่ใช้ต่อยอดไปสู่การศึกษาตลาดเงินจริงอย่างเป็นระบบ
บทความนี้เป็นคู่มือระบบตลาดหุ้นภายใน Dragon Town และเป็นเนื้อหาเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อขายหลักทรัพย์จริง การลงทุนด้วยเงินจริงมีความเสี่ยงและอาจสูญเสียเงินต้น



