บทที่ 6: กฎองค์กรและสตอรี่เฉพาะทาง (Organization & Storylines)
6.1. กฎการรวมกลุ่ม สมาคม และกลุ่มผู้เล่น (Group, Association & Player Group Rules)10-20 คะแนน
- การรวมกลุ่มของผู้เล่น: ผู้เล่นสามารถรวมตัวกันเป็นกลุ่มคน ตระกูล กงสี หรือกลุ่มสตอรี่ในเชิง Roleplay ได้อย่างอิสระ โดยไม่จำกัดจำนวนสมาชิก ตราบใดที่การรวมกลุ่มนั้นไม่ถูกใช้เพื่อทำลายสมดุลของเมือง แทรกแซงสตอรี่ของผู้อื่น หรือสร้างความได้เปรียบที่ไม่เป็นธรรม
- สมาคม: ผู้เล่นทั่วไปไม่สามารถจัดตั้ง “สมาคม” ได้เอง สมาคมถือเป็นสถานะพิเศษหรือองค์กรที่ได้รับการรับรองจากทีมงาน/เมืองเท่านั้น การใช้ชื่อหรือแสดงตนเป็นสมาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจถูกพิจารณาว่าเป็นการแอบอ้างสถานะองค์กร
- จำนวนสมาชิก: ไม่มีการจำกัดจำนวนสมาชิกของกลุ่มคน ตระกูล กงสี หรือกลุ่มผู้เล่นในภาพรวม แต่การเข้าร่วมกิจกรรม เหตุปะทะ การปล้น หรือสตอรี่เฉพาะทาง ต้องยึดจำนวนผู้เข้าร่วมตามกฎเฉพาะของแต่ละเหตุการณ์เป็นหลัก
- พันธมิตร: ห้ามกลุ่มผู้เล่น ตระกูล กงสี กลุ่มคน หรือสมาคมที่ได้รับการรับรอง จับมือเป็นพันธมิตรเพื่อโจมตี เปิดสตอรี่ปะทะ รุมกดดัน หรือสร้างอิทธิพลร่วมกันจนเกินสมดุล อนุญาตเฉพาะความสัมพันธ์เชิงการค้าขาย การเจรจา หรือการพบปะในบทบาทที่ไม่ได้นำไปสู่การร่วมปะทะโดยตรง
- การแต่งกายและเอกลักษณ์: กลุ่มผู้เล่นที่ต้องการสร้างสตอรี่ระยะยาวควรมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน เช่น ชุด สี สัญลักษณ์ เรื่องราว หรือแนวทางการเล่น เพื่อให้ผู้เล่นอื่นสามารถแยกแยะและเข้าใจบริบทของสตอรี่ได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ไม่บังคับให้ทุกกลุ่มต้องแต่งกายเหมือนกันตลอดเวลา แต่เมื่อเข้าสู่สตอรี่สำคัญหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม ควรแสดงเอกลักษณ์ให้ชัดเจนตามสมควร
- หมายเหตุ: การไม่จำกัดจำนวนสมาชิก หมายถึงไม่จำกัดจำนวนคนที่อยู่ในกลุ่มหรือมีความสัมพันธ์กันในเชิง Roleplay แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถนำสมาชิกทั้งหมดเข้าร่วมทุกเหตุการณ์ได้ จำนวนผู้เข้าร่วมในแต่ละสตอรี่หรือกิจกรรมยังต้องเป็นไปตามกฎเฉพาะของเหตุการณ์นั้น ๆ
6.2. สตอรี่การรีดไถ (Extortion Storylines)10-25 คะแนน
- ผู้รีดไถสามารถรีดไถเงินได้ไม่เกิน 100 หยวน ต่อครั้ง และห้ามรีดไถอาวุธ
- สามารถทำร้ายได้แค่บาดเจ็บ ห้ามถึงขั้นสลบ
- มีคูลดาวน์ 3 ชั่วโมงต่อการรีดไถ 1 ครั้ง และห้ามรีดไถคนเดิม หรือให้เพื่อนมารีดไถ่ซ้ำใน 24 ชั่วโมง
- ผู้ถูกรีดไถมีสิทธิ์ต่อสู้หากผู้รีดไถมีจำนวนน้อย (ไม่เกิน 4 คน) และสามารถแจ้งความได้ภายใน 3 ชั่วโมง
6.3. สตอรี่ล่าค่าหัว (นักล่าค่าหัว Storylines)10-25 คะแนน
เพื่อส่งเสริมบทบาท นักล่าค่าหัว ให้มีมิติมากยิ่งขึ้น ผู้ที่สนใจจะเป็นนักล่าค่าหัวของทางการ
จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและเข้าใจประเภทของหมายจับดังต่อไปนี้
- **ชุดและใบอนุญาต นักล่าค่าหัว:**
- ชุดของ นักล่าค่าหัว นั้นจะถูกออกแบบโดยทางการและถูกใช้ให้เป็นเครื่องแบบสากล
- ผู้ที่สามารถมาสมัครเป็น นักล่าค่าหัว อย่างถูกกฎหมายได้นั้น จะต้องมาซื้อใบอนุญาตการเป็น นักล่าค่าหัว กับ ตำรวจ เท่านั้น
- นักล่าค่าหัว ต้องมีการลงชื่อล่าค่าหัวผ่านบอร์ดเมืองเท่านั้น จึงสามารถออกล่าค่าหัวได้
- นักล่าค่าหัว จะต้องมีการใส่ชุดเครื่องแบบที่กำหนดไว้ก่อนการออกล่าค่าหัวทุกครั้ง
หมายจับทั้ง 3 ประเภท
-
หมายจับเป็น
ไม่ว่าจะกรณีใด หากเป็นหมายจับเป็นนั้นคือการเน้นจับเป็นเท่านั้น ไม่สามารถจับตายได้ หากบุคคลในหมายดังกล่าวตาย จะถือว่าบุคคลนั้นหลุดจากหมายจับเป็นทันที โดยที่หากเป็น นักล่าค่าหัว จะต้องนำบุคคลที่ตายนั้นส่งผู้กำกับตำรวจเพื่อทำการปิดหมายนั้นต่อไป
การจับเป็นบุคคลดังกล่าวในหมาย หากมีการเผชิญหน้ากันต้อง**เจรจาทุกครั้ง**ก่อนเริ่มการจับกุม หรือการปะทะ ไม่สามารถทำการปะทะก่อนได้ทุกกรณี **เว้นเสียแต่**บุคคลตามหมายมีพฤติกรรมที่จะหลบหนี ขัดขืนการจับกุม หรือมีพฤติกรรมที่รุนแรง
-
หมายจับเป็นหรือตาย
กรณีนี้เป็นที่แน่ชัดว่าจะจับเป็นหรือตายก็ได้ ฉะนั้นหากบุคคลดังกล่าวถูกจับกุมแล้วจะต้องนำส่งตัวให้ผู้กำกับตำรวจเพื่อปิดหมายจับเป็นหรือตายนั้นต่อไป
การจับเป็นหรือตายบุคคลดังกล่าวในหมาย หากมีการเผชิญหน้ากันต้อง**เจรจาทุกครั้ง**ก่อนเริ่มการจับกุมหรือการปะทะ ไม่สามารถทำการปะทะก่อนได้ทุกกรณี **เว้นเสียแต่**บุคคลตามหมายมีพฤติกรรมที่จะหลบหนี หรือขัดขืนการจับกุม หรือมีพฤติกรรมที่รุนแรง
-
หมายจับตาย
กรณีนี้เป็นที่แน่ชัดว่าบุคคลดังกล่าวนั้นได้เป็นบุคคลอันตรายต่อความมั่นคง และพลเรือน ซึ่งนับว่าบุคคลนั้นเป็นอาชญากรระดับเมือง การจับตายนั้นจึงสามารถทำได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าบุคคลนั้นเมื่อจับกุมแล้วจะมีชีวิตหรือไม่
การจับตายบุคคลดังกล่าวในหมาย หากมีการเผชิญหน้ากัน หรือเจอตัวกันในพื้นที่ที่มีการออกหมายจับตาย **จะสามารถเปิดการปะทะได้เลย โดยที่ไม่ต้องมีการเจรจา** **เว้นเสียแต่**บุคคลตามหมายจับตายนั้นอยู่ในเขตพื้นที่อื่นที่มิใช่เขตพื้นที่ที่ออกหมายจับตาย ดังนั้นควรคำนึงถึงความแน่ชัดในตัวเป้าหมายก่อนทำการเปิดยิงปะทะอยู่เสมอ
**ข้อยกเว้น:** ประชาชนธรรมดาที่มิใช่ผู้ที่สมัครเป็น นักล่าค่าหัว ของทางการไม่สามารถทำการยิงปะทะหรือเข้าจับกุมได้ทุกกรณี และบุคคลตามหมายดังกล่าวก็ไม่สามารถยิงประชาชนนั้นได้เช่นกัน เว้นเสียแต่ว่าบุคคลดังกล่าวนั้น ได้กระทำความผิดซึ่งหน้าซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สิน
**หมายเหตุ:** การกระทำความผิดของบุคคลในหมายจับทั้ง 3 ประเภท หากยังพบการกระทำความผิดที่ซ้ำซากและยังไม่ถูกจับกุม อาจนำพาไปสู่ค่าหัว และระยะเวลาการจับกุมที่เพิ่มขึ้นได้
6.4. กฎการเป็นพันธมิตรในการปะทะ (Combat Alliances)20-35 คะแนน
- ห้ามกลุ่มผู้เล่น กลุ่มคน ตระกูล กงสี หรือสมาคมที่ได้รับการรับรอง จับมือกันเป็นพันธมิตรเพื่อโจมตี เปิดสตอรี่ปะทะ หรือเข้าร่วมการปะทะของอีกฝ่ายทุกกรณี เว้นแต่เป็นความสัมพันธ์เชิงการค้าขายหรือการเจรจาที่ไม่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้
- ห้ามบุคคลหรือกลุ่มที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสตอรี่นั้น เข้าไปแทรกแซง ช่วยเหลือ เข้าร่วมโจมตี หรือเพิ่มกำลังฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยไม่มีเหตุผล Roleplay ที่ชัดเจนและได้รับการยอมรับจากบริบทของสตอรี่
6.5. กฎการลักพาตัว (Kidnapping Rules)15-30 คะแนน
- สามารถเรียกค่าไถ่ได้สูงสุดไม่เกิน 300 หยวน
- ห้ามบังคับให้ตัวประกันไปเบิกเงินที่ธนาคารโดยเด็ดขาด
การกระทำดังกล่าวจะถูกพิจารณาว่าเข้าข่ายการซื้อขายด้วยเงินจริง (RWT) ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรง
6.6. กฎการปล้นรถไฟ (การปล้นรถไฟ Rules)15-35 คะแนน
การปล้นรถไฟถือเป็นกิจกรรมอาชญากรรมขนาดใหญ่ (Major Crime) ที่มีความเสี่ยงสูงและต้องการการวางแผนล่วงหน้า
ทุกฝ่ายที่เข้าร่วมจะต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความสมดุลและความสนุกในเชิงบทบาท
- ฝ่ายผู้ปล้น:
- หากเป็น สมาคมที่ได้รับการรับรองจากเมือง เข้าร่วมได้สูงสุด 8 คน
- หากเป็น กลุ่มคน/กลุ่มผู้เล่นทั่วไป รวมถึงตระกูลหรือกงสีในเชิง Roleplay เข้าร่วมได้สูงสุด 5 คน
- ฝ่าย ตำรวจ: เข้าร่วมได้สูงสุด 8 คน
เงื่อนไขและลำดับเหตุการณ์
- ก่อนเริ่มปล้น รถไฟจะมี NPC ผู้คุ้มกันประจำอยู่ ผู้เล่นฝ่ายโจรต้องต่อสู้และจัดการ NPC ทั้งหมดให้เสร็จสิ้นก่อน
- ตำรวจไม่มีสิทธิ์เข้าแทรกแซง ระหว่างที่โจรกำลังต่อสู้กับ NPC ผู้คุ้มกันรถไฟ — ต้องรอให้เหตุการณ์นี้จบก่อนจึงจะสามารถเข้าไป "เจรจา" ได้
- เมื่อฝ่ายโจรจัดการ NPC เสร็จแล้ว และ ตำรวจ มาถึงภายในเวลาอันเหมาะสม จะต้องมีการ เจรจาในบทบาท (Roleplay) ก่อนที่จะเริ่มการปะทะกัน
การพูดคุยควรมีเหตุผล เนื้อเรื่อง และบทสนทนาที่สมจริง เช่น การต่อรอง, การข่มขู่, หรือการยอมมอบตัว
- หาก ตำรวจ มาถึงไม่ทัน ภายในช่วงเวลาที่โจรปล้นสำเร็จและกำลังหลบหนี — โจรสามารถ หนีไปได้ทันที โดยไม่มีการบังคับให้รอ
- หาก ตำรวจ มาถึงระหว่างที่โจรกำลังหลบหนีและมีการพบกันโดยบังเอิญในเหตุการณ์เดียวกัน (เช่น บนเส้นทางเดียวกัน)
สามารถเริ่ม Roleplay ต่อเนื่องได้ เช่น การไล่ล่าโดยมีบทพูดสั้นๆ นำก่อน (ห้ามเปิดฉากยิงทันที)
ข้อกำหนดเพิ่มเติมเพื่อความรัดกุม
- การปล้นรถไฟต้องมี ระยะห่างเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ระหว่างแต่ละครั้ง (นับจากเวลาที่เหตุการณ์ก่อนหน้าจบลง)
- ห้ามใช้ช่องโหว่ของสคริปต์หรือบัคในการทำให้ NPC หรือระบบรถไฟทำงานผิดปกติ เช่น การบังคับหยุดรถไฟด้วยคำสั่ง, การยิงข้ามระยะจน NPC ไม่ตอบสนอง
- ห้ามฝ่าย ตำรวจ ล้อมพื้นที่ปล้นล่วงหน้าเกินกว่า 10 นาที ก่อนเหตุการณ์เริ่ม เพื่อหลีกเลี่ยงการดักเจอโดยไม่มีบริบท RP
- หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหมดสติหรือแพ้ในเหตุการณ์ จะถือว่าเรื่องราวสิ้นสุดลงทันที ห้ามกลับมามีส่วนร่วมในเหตุการณ์เดิมอีก (New Life Rule)
ตัวอย่างสถานการณ์ที่ถูกต้อง
- ตัวอย่างที่ 1: แก๊งหนึ่งจำนวน 6 คนเริ่มปล้นรถไฟ NPC ฝ่าย ตำรวจ รอจนสิ้นเสียงปืนจาก NPC แล้วจึงเข้ามาเจรจา เริ่มจากการประกาศตนและพูดในบทบาท เช่น "พวกนายถูกล้อมแล้ว! วางอาวุธแล้วออกมาเดี๋ยวนี้!" จากนั้นจึงเริ่มต่อสู้
- ตัวอย่างที่ 2: ฝ่ายโจรปล้นสำเร็จและเริ่มขนของลงจากรถไฟ แต่ ตำรวจ เพิ่งจะได้รับแจ้งและยังอยู่ระหว่างทาง — ฝ่ายโจรจึงหนีออกจากพื้นที่โดยไม่ต้องรอ ถือว่าถูกต้อง
ตัวอย่างสถานการณ์ที่ผิด
- ตัวอย่างที่ 1: ตำรวจ เข้ามาแทรกแซงตั้งแต่ตอนโจรกำลังยิงกับ NPC อยู่ ถือว่าผิดกฎ เพราะต้องรอให้เหตุการณ์กับ NPC จบก่อน
- ตัวอย่างที่ 2: ฝ่ายโจรเปิดฉากยิง ตำรวจ ทันทีโดยไม่มีบทสนทนาหรือเหตุผลในบทบาท ถือว่าเป็นการละเมิดกฎ DM (Deathmatch)
- ตัวอย่างที่ 3: ตำรวจ ยืนรอในจุดปล้นล่วงหน้าหลายนาทีก่อนรถไฟมาถึงเพื่อเตรียมซุ่มยิง ถือว่าผิดกฎการดักรอโดยไม่มีเหตุผลเชิง RP
สรุป: การปล้นรถไฟคือกิจกรรมที่ต้องใช้ “การเล่นบทบาท” และ “เหตุผลในเชิงเนื้อเรื่อง” เป็นหลัก
ไม่ใช่เพียงการต่อสู้หรือชิงไอเทมเท่านั้น ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญกับการสร้างเรื่องราวที่น่าสนใจ มีบทพูดนำ และให้โอกาสอีกฝ่ายได้ตอบสนองในบทบาท เพื่อคงความสมจริงของโลก Dragon Town
6.7. กฎการปล้นธนาคาร (Bank Robbery Rules)15-35 คะแนน
การปล้นธนาคารถือเป็นกิจกรรมอาชญากรรมขนาดใหญ่ (Major Crime) ที่ต้องรักษาความสมดุลและความสมจริงในการสวมบทบาท ผู้เล่นทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด
- ฝ่ายผู้ปล้น:
- หากเป็น สมาคมที่ได้รับการรับรองจากเมือง เข้าร่วมได้สูงสุด 8 คน
- หากเป็น กลุ่มคน/กลุ่มผู้เล่นทั่วไป รวมถึงตระกูลหรือกงสีในเชิง Roleplay เข้าร่วมได้สูงสุด 5 คน
- ฝ่ายผู้ปล้นสามารถ ควบคุมตัวประกัน (hostages) ได้สูงสุด 3 คน เท่านั้น
- ฝ่าย ตำรวจ: เข้าร่วมได้สูงสุด 8 คน
ลำดับเหตุการณ์และเงื่อนไข RP
- ก่อนเริ่มการปล้น ผู้ปล้นต้องมี การปูเรื่อง (build-up) และ บทสนทนานำ ที่สมเหตุสมผล ห้ามเปิดฉากยิงทันที
- เมื่อ ตำรวจ เดินทางมาถึง ต้องมีการ เจรจา (เช่น ต่อรองเงื่อนไข การปลอดภัยของตัวประกัน ทางหนี ยานพาหนะ) ก่อน ที่จะเริ่มปะทะหรือบุกเข้าไป
- หากไม่มีตัวประกัน การต่อรองต้องยึดตามสถานการณ์สมจริง (เช่น ขอเวลา/เส้นทางถอนตัว) ห้ามอ้างสิทธิ์เหนือจริงหรือข่มขู่ที่เกินมนุษย์
- ห้ามใช้ข้อมูล OOC/Discord ในการชี้พิกัดหรือประสานงาน ถือเป็น Meta Gaming
- ห้ามใช้บัค/ช่องโหว่ของระบบตู้เซฟ/ประตู/อนิเมชันเพื่อให้ได้เปรียบ
ข้อกำหนดสถานที่และยุทธวิธี
- ห้ามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ดักรอล่วงหน้า ภายในธนาคาร/ประตู/หลังคา เป็นเวลานานเกินสมควรโดยไม่มีเหตุผลเชิง RP ที่ชัดเจน
- ผู้ปล้นต้องอยู่ใน รัศมีสมเหตุสมผล ของธนาคารระหว่างเหตุการณ์ ห้ามแตกกระจายเป็นวงกว้างเพื่อสร้างความได้เปรียบที่ไม่สมจริง
- อนุญาตให้มี ผู้เฝ้าทางหนี ได้ในจำนวนจำกัด แต่ยังต้องไม่นับเกินเพดานคนสูงสุดตามบทบาทด้านบน
ตัวประกัน
- ตัวประกันต้องเป็น ผู้เล่นจริง ที่ยินยอมเข้าร่วมสถานการณ์เชิง RP ห้ามใช้ NPC เป็นตัวประกัน
- ฝ่ายผู้ปล้นสามารถควบคุมตัวประกันได้สูงสุด 3 คน เท่านั้น ห้ามถือหรือแสดงพฤติกรรมที่บังคับให้ผู้เล่นคนอื่นเข้าร่วมโดยไม่ยินยอม
- การทำร้ายตัวประกันโดยไร้เหตุผลถือเป็นการละเมิดกฎร้ายแรงและมีบทลงโทษ
เงื่อนไขการดำเนินงานของฝ่าย ตำรวจ (การเจรจาและการบุก)
- ฝ่าย ตำรวจ จำเป็นต้องเจรจา กับฝ่ายผู้ปล้นเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ — การเจรจาต้องเป็นไปในเชิง RP เช่น เรียกร้องให้ปล่อยตัวประกัน ขอเวลา ฯลฯ ก่อนการบุก
- ฝ่าย ตำรวจ สามารถ บุกเข้าไปในพื้นที่ธนาคาร ก็ต่อเมื่อได้ทำการตรวจสอบและยืนยันแล้วว่า ไม่มีตัวประกันอยู่ภายใน
- การตรวจสอบการไม่มีตัวประกันต้องทำด้วยวิธีการ RP ที่สมเหตุสมผล (เช่น การเรียกให้ทุกคนออกมา / การใช้เทคนิคตรวจสอบในเกมที่ตกลงกัน) หาก ตำรวจ ตรวจสอบผิดพลาดและบุกเข้าไปจนทำให้ตัวประกันได้รับอันตราย ฝ่าย ตำรวจ จะต้องรับผิดชอบและได้รับ โทษทางวินัย ตามระเบียบของสำนักงาน (เช่น เตือน ลงโทษชั่วคราว หรือบทลงโทษอื่นที่เหมาะสม)
- ก่อนการบุก ฝ่าย ตำรวจ ต้อง ประกาศลั่นวาจา ให้ฝ่ายผู้ปล้นทราบอย่างชัดเจนว่า "คุณมีเวลา เพียง 10 นาที รีบออกจากธนาคารซะ!" เวลานับถอยหลัง 10 นาทีจะเริ่มนับเมื่อมีการประกาศลั่นวาจานั้นแล้วเท่านั้น (ห้ามให้เวลาฝ่ายผู้ปล้นน้อยกว่า 10 นาที)
- หากฝ่าย ตำรวจ มาถึงที่เกิดเหตุช้ากว่าเวลาที่ควรจะมาถึง (เช่น พบเหตุการณ์ล่าช้า) การประกาศและการนับเวลาจะไม่เริ่มขึ้นจนกว่าฝ่าย ตำรวจ จะทำการประกาศลั่นวาจาอย่างเป็นทางการ
- การประกาศต้องทำเป็นคำพูดในเกม/ช่องทาง RP ที่ทุกฝ่ายได้ยินได้ชัดเจน ห้ามใช้ OOC/Discord เพื่อแทนการประกาศแบบ RP
การสิ้นสุดเหตุการณ์
- เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หมดสภาพการต่อสู้/ยอมจำนน ให้ถือว่าเหตุการณ์สิ้นสุด (ยึดหลัก New Life Rule)
- หลังจบเหตุการณ์ ห้ามผู้เล่นกลับเข้าร่วมเหตุการณ์เดิมอีกครั้ง
- ผู้ที่เข้าร่วมการปล้น (ทั้งกลุ่ม) จะได้รับคูลดาวน์ร่วมกันเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ไม่สามารถเริ่มปล้นธนาคารใหม่หรือเข้าร่วมเหตุปล้นธนาคารอื่นได้จนกว่าจะครบเวลา
6.8. กฎการต่อสู้และผลของความพ่ายแพ้ (Combat Rules & Defeat Consequences)15-30 คะแนน
⚠️ กฎสำคัญ: การเปิดสตอรี่
เพื่อให้การต่อสู้เป็นไปอย่างยุติธรรม (Fair Play):
"ในการยิงเปิดฉากเพื่อเริ่มสตอรี่ ผู้เล่นต้องเล็งยิงที่ ลำตัว (Body Shot) เท่านั้น ห้ามเล็งที่ศีรษะ (Headshot) โดยเด็ดขาด"
- เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามได้รับรู้ตัวและมีโอกาสได้ตอบโต้ตามบทบาท
- กฎนี้บังคับใช้เฉพาะ "กระสุนนัดแรก" ของการเปิดฉากเท่านั้น
- หลังจากเริ่มมีการปะทะและยิงตอบโต้แล้ว สามารถเล็งได้ทุกส่วนตามปกติ
- เมื่อการต่อสู้สิ้นสุด ฝ่ายที่พ่ายแพ้ต้องยอมรับผลและไม่พยายามยืดเยื้อเรื่องราวโดยไม่จำเป็น
- ผู้ที่พ่ายแพ้ในการต่อสู้ จะไม่สามารถกลับมาในพื้นที่ปะทะได้ทันที ต้องรอให้มีเรื่องราวใหม่เกิดขึ้นก่อน
- ผู้เล่นแต่ละคนสามารถเข้าร่วมการต่อสู้ได้ **1 ครั้งต่อ 1 ชั่วโมง**
และห้ามสลับตัวละครเพื่อหลีกเลี่ยงคูลดาวน์นี้
- หากผู้เล่นเสียชีวิตจากบัคของเกมส์ให้ถือเป็นปัญหานอกกฎ (OOC) หากเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถกลับมาเล่นได้
- ห้ามเก็บของจากผู้เล่นอื่นในระหว่างที่มีกิจกรรม
- หากคุณเป็นผู้ริเริ่มเรื่องราวการต่อสู้ คุณต้องอยู่จนจบ หากออกจากเกมจะถือว่ายอมแพ้ทันที
- หากฝ่ายที่พ่ายแพ้มีตัวประกันอยู่ จะต้องปล่อยตัวประกันทั้งหมดทันที
ห้ามทำร้ายตัวประกันเพื่อระบายอารมณ์
- หากฝ่ายที่ชนะมีจำนวนคนมากกว่า สามารถตัดสินใจไว้ชีวิตฝ่ายที่แพ้ได้ แต่หากจำนวนคนเท่ากัน
การต่อสู้ต้องดำเนินไปจนกว่าจะสิ้นสุด
- หากเจ้าหน้าที่ (ตำรวจ) เสียชีวิตระหว่างการปะทะ จะไม่สามารถให้เจ้าหน้าที่คนอื่นเข้ามาสวมรอยแทนได้
โดยเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตต้องไปเข้าร่วมเคสใหม่เท่านั้น และห้ามกลับเข้าร่วมเคสเดิม
ยกเว้นในกรณีที่มีเจ้าหน้าที่มากกว่า 2 นายในตอนเริ่มเรื่อง ซึ่งสามารถขอกำลังเสริมได้
แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรม (Fair Play)
- ห้ามพูดกับศพ
6.9. กฎการใช้อาวุธมีด (Knife Usage Rules)10-25 คะแนน
- ห้ามใช้อาวุธมีดเพื่อเปิดการต่อสู้หรือเริ่มเรื่องราว
- สามารถใช้มีดเพื่อป้องกันตัวได้ ก็ต่อเมื่อฝ่ายตรงข้ามใช้มีดหรือมือเปล่าเช่นกัน
- ห้ามใช้มีดเพื่อต่อสู้กับอาวุธปืนโดยเด็ดขาด
- อนุญาตให้ใช้มีดเพื่อข่มขู่ในสถานการณ์ Roleplay ได้
- สามารถใช้มีดเพื่อปลิดชีพในจังหวะสุดท้ายได้
- หากคุณมีอาวุธปืนแต่เลือกที่จะใช้มีด ต้องมีเหตุผลทาง Roleplay ที่สมเหตุสมผลรองรับ
6.10. กฎการใช้เชือก (Rope & Lasso Usage)10-25 คะแนน
เชือกเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังและสามารถทำให้ผู้เล่นคนอื่นหมดหนทางสู้ได้โดยสิ้นเชิง ดังนั้น
การใช้เชือกควรทำด้วยความระมัดระวังและใช้เป็นทางเลือกสุดท้าย ไม่ใช่การกระทำแรกในการเริ่มสถานการณ์
6.11. กฎการปล้นผู้เล่น (Robbing Players)15-30 คะแนน
การแสดงเจตนา: ผู้ที่จะทำการปล้น จำเป็นต้องแสดงเจตนาให้ชัดเจน
และพูดให้อีกฝ่ายรับรู้ก่อนว่าจะทำการปล้น หากไม่มีการแสดงเจตนาที่ชัดเจน ไม่ว่าจะโดยวิธีใดก็ตาม
ห้ามเดินเข้าไปจับมัดแล้วปล้นเลยโดยที่ไม่มีการสื่อสารก่อนหน้านี้
- จำนวนผู้ก่อเหตุ:
- ผู้ปล้นรวมกลุ่มกัน เข้าร่วมได้สูงสุด 8 คน
- เจรจาต่อรอง: พูดคุยกับผู้ที่จะปล้น
- ยินยอม: ปล่อยให้ปล้นแต่โดยดี
- ขัดขืน: ทำการต่อสู้หรือหลบหนี (ต้องอยู่ภายใต้กฎ Power Gaming และ Value of Life)
ขีดจำกัดการปล้นสิ่งของ: กรณีที่ปล้นสำเร็จ ห้ามปล้นสิ่งของเกิน 3 ชิ้น และไม่สามารถนำอาวุธปืนไปได้
(เงินสดไม่นับเป็นสิ่งของ)
ขีดจำกัดการปล้นเงินสด: สามารถปล้นเงินสดที่พกติดตัวได้ไม่เกิน 50% แต่สูงสุดไม่เกิน 50 หยวน
ของจำนวนเงินทั้งหมดที่ผู้ถูกปล้นมี
ข้อบังคับหลังการปล้น
- ผู้ทำการปล้น สามารถเปลี่ยนชุดได้หลัง 2 ชั่วโมง (ตามเวลาจริง)
- กรณีถอดเสื้อผ้าปล้น หากตัดสินใจที่จะไม่ใส่เสื้อผ้าหรือถอดเสื้อผ้าเพื่อปล้น
จะต้องอยู่ในสภาพเปลือยกายแบบนั้นไปจนกว่าจะครบ 2 ชั่วโมงเช่นกัน
- ห้ามออกจากเขตเมืองที่กระทำการปล้นเป็นเวลา 2 ชั่วโมง (ตามเวลาจริง) โดยให้สังเกตสีโซนบนแผนที่: หากปล้นในเขตใด ต้องอยู่ในเขตนั้นจนกว่าจะครบเวลา
- ผู้ทำการปล้นรวมทั้งกลุ่มจะต้องติดคูลดาวน์ (Cool down) ในการปล้นห้ามปล้นบุคคลอื่นๆ ต่อเป็นเวลา 1
ชั่วโมง
ข้อห้ามเด็ดขาด
การปล้นในสถานการณ์อื่น: หากมีเรื่องราวขัดแย้งอื่นๆ ที่ไม่ได้มีเจตนาปล้นมาตั้งแต่ต้น
และคู่กรณีถูกทำให้สลบหรือหมดสภาพการต่อสู้ ห้ามทำการปล้นซ้ำโดยเด็ดขาด
เงื่อนไขการก่อเหตุ: การจะก่อเหตุปล้นผู้เล่นอื่นได้นั้น จำเป็นต้องมี ตำรวจ อยู่ในเมืองอย่างน้อย
5 นายขึ้นไป เพื่อสร้างความยุติธรรมในการเล่น (Fair Play)
6.12. กฎโซนอันตราย (Red Zone / Danger Zone Rules)15-30 คะแนน
โซนอันตรายเป็นพื้นที่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างสถานการณ์ Roleplay ที่เข้มข้นและท้าทาย
เพื่อให้การเล่นในพื้นที่นี้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์และยุติธรรม โปรดยึดถือกฎต่อไปนี้เป็นสำคัญ:
-
ห้ามยิงบุคคลที่อยู่ใน "อนิเมชั่นการทำกิจกรรม":
ห้ามโจมตีหรือยิงผู้เล่นอื่นในขณะที่ตัวละครของพวกเขากำลังถูกบังคับให้เคลื่อนไหวตามอนิเมชั่นของเกม
ซึ่งทำให้พวกเขาไม่สามารถป้องกันตัว, หลบหนี, หรือสู้กลับได้
-
แยก "ความต้องการของผู้เล่น" ออกจาก "การกระทำของตัวละคร":
ผู้เล่นไม่สามารถใช้โซนอันตรายเป็นข้ออ้างในการสร้างสถานการณ์เพื่อเล่นสนุกฝ่ายเดียวโดยไม่มีเหตุผลทาง
Roleplay รองรับ หรือขาดการปูเรื่องราวที่มาที่ไปอย่างสมเหตุสมผล
-
ต้องมี “บทสนทนา” ก่อนมีการปล้นหรือการเล่น:
การกระทำใดๆ ที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง
ต้องมีการสื่อสารหรือบทสนทนาเพื่อเปิดประเด็นและนำทางไปสู่เรื่องราวก่อนเสมอ
ไม่ใช่การปรากฏตัวแล้วเริ่มใช้กำลังในทันที
-
ห้าม “ดักเกิด” หรือ “รอจังหวะ” หน้าเขตบุคคล:
ห้ามดักรอผู้เล่นที่เพิ่งออกจากบ้าน, จุดเกิดใหม่, หรือเซฟโซน
เพื่อฉวยโอกาสโจมตีโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่สร้างสรรค์และผิดมารยาทอย่างร้ายแรง
-
สามารถปล้นได้ แต่ต้องมีเหตุผลและเรื่องราวรองรับ:
ผู้เล่นสามารถปล้นโซนอันตรายได้ แต่ต้องมีบทบาทสมมติและพลังงานในการเล่นที่สร้างสรรค์
โดยต้องไม่ทำเพื่อหวังเพียงทรัพย์สินหรือชัยชนะ แต่เพื่อสร้างเรื่องราวที่สนุกสนานร่วมกัน
6.13. กฎสตอรี่การขุดสุสาน (Grave Robbery Rules)15-30 คะแนน
สุสานเป็นสถานที่แห่งความสงบสุดท้าย แต่ในมหานครเซี่ยงไฮ้ที่ไร้ขื่อแป มันอาจเป็นแหล่งขุมทรัพย์สำหรับผู้กล้าหรือผู้สิ้นหวัง เพื่อให้สตอรี่การแสวงโชคในลักษณะนี้มีความสมดุลและยุติธรรม จึงมีข้อกำหนดดังต่อไปนี้:
-
จำนวนผู้เข้าร่วม: จำกัดฝ่ายโจร (ผู้ขุดค้น) ไม่เกิน 4 คน และฝ่ายเจ้าหน้าที่ (ตำรวจ) ไม่เกิน 5 นาย
-
การเข้าแทรกแซงของเจ้าหน้าที่: เจ้าหน้าที่จะสามารถเข้าตรวจสอบหรือระงับเหตุได้ก็ต่อเมื่อได้รับการแจ้งเหตุจากพลเมือง (Roleplay) หรือตรวจพบโดยบังเอิญระหว่างการลาดตระเวนเท่านั้น ห้ามมิให้ไปดักรอที่สุสานโดยไม่มีเหตุอันควร
-
การเปิดฉากปะทะ: โดยหลักให้เจ้าหน้าที่แสดงตัวและประกาศให้ยอมจำนนก่อนเสมอ เว้นแต่จะเกิด “ภัยคุกคามเร่งด่วน” เช่น ฝ่ายโจรกำลังเล็งอาวุธ หรือพยายามหลบหนีอย่างเป็นอันตราย ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถเปิดฉากได้ตามความจำเป็นและต้องยุติการใช้กำลังทันทีที่ภัยคุกคามสิ้นสุด
-
เงื่อนไขหลังการขุดและคูลดาวน์: เมื่อทำการขุดสำเร็จ กลุ่มโจรทั้งหมดจะติดคูลดาวน์ 15 นาที หากชนะการปะทะต้องรีบหนีออกจากพื้นที่ทันที และห้ามขุดต่อจนกว่าคูลดาวน์จะสิ้นสุด จึงจะสามารถกลับมาเริ่มใหม่ได้
6.14. กฎการปะทะในเขตเมือง (Town Conflict Rules)20-35 คะแนน
เมืองคือพื้นที่สาธารณะที่มีผู้คนพลุกพล่านและเป็นศูนย์กลางของสังคมในโลก Roleplay
การจงใจก่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่อุกอาจและส่งผลกระทบต่อส่วนรวมโดยตรง ดังนั้น
ผู้ที่ริเริ่มการปะทะในเขตเมืองจะต้องยอมรับผลที่จะตามมาซึ่งแตกต่างจากกฎการปะทะทั่วไปโดยสิ้นเชิง
-
การยกเว้นกฎ Revenge Killing (RK) โดยสมบูรณ์: หากคุณเป็นฝ่าย "ริเริ่ม" การปะทะในเขตเมือง กฎ RK
จะถูกยกเว้นโดยอัตโนมัติ เนื่องจากเป็นการก่อเหตุในที่สาธารณะซึ่งมีพยานรู้เห็นจำนวนมาก
เรื่องราวความขัดแย้งจะไม่ถูกลืม และคุณจะไม่มีสิทธิ์อ้างกฎ New Life Rule เพื่อหลีกเลี่ยงผลที่ตามมา
-
อำนาจของเจ้าหน้าที่ (ตำรวจ): ไม่ว่าผลการปะทะจะออกมาเป็นแพ้หรือชนะ
หากคุณเป็นฝ่ายเริ่มก่อเหตุก่อน เจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ในการออกหมายจับคุณได้ทันที
เพราะถือว่าได้กระทำความผิดซึ่งหน้าต่อหน้าสาธารณชนแล้ว
-
การป้องกันตัวเองของพลเมือง: คือวิ่งหนีอย่างเดียว (เข้าเมืองแล้วต้องปลอดอาวุธ)
-
ข้อยกเว้น: กฎข้อนี้ไม่ครอบคลุมถึงสถานการณ์ที่มีกฎเฉพาะทางควบคุมอยู่แล้ว เช่น การปล้นธนาคาร
การปล้นสุสาน การปล้นร้านค้า ซึ่งการจัดการสถานการณ์ยังคงเป็นไปตามกฎข้อนั้นๆ เป็นหลัก
6.15. กฎการใช้สัตว์เลี้ยงในการปะทะ (Combat Pets)10-25 คะแนน
สัตว์เลี้ยงเป็นส่วนหนึ่งของโลก Roleplay ที่ช่วยสร้างสีสันและมิติให้กับตัวละคร อย่างไรก็ตาม
เพื่อรักษาความสมดุลและยุติธรรมในการปะทะ จึงมีการกำหนดขอบเขตการใช้งานดังนี้:
-
ข้อห้ามหลัก: ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบการต่อสู้หลัก
ในสถานการณ์การปะทะที่เป็นกิจลักษณะหรือมีการวางแผนมาล่วงหน้าโดยเด็ดขาด เช่น การปะทะระหว่างกลุ่มที่วางแผนไว้,
การปล้นธนาคาร, การดักซุ่มโจมตีตามแผน เป็นต้น
-
ข้อยกเว้น: สามารถใช้สัตว์เลี้ยงเพื่อช่วยป้องกันตัวได้
หากเจ้าของถูกโจมตีโดยไม่คาดคิดในสถานการณ์ทั่วไป เช่น ขณะพาสัตว์เลี้ยงไปเดินเล่น แล้วถูกปล้น, ถูกรีดไถ
หรือถูกทำร้ายโดยที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสตอรี่ที่วางแผนไว้
เจตนารมณ์ของกฎ: เพื่อป้องกันการใช้สัตว์เลี้ยงเป็น 'อาวุธ' เพิ่มเติมในสถานการณ์ที่วางแผนมาแล้ว
ซึ่งจะสร้างความได้เปรียบที่ไม่ยุติธรรม
แต่ยังคงเปิดโอกาสให้สัตว์เลี้ยงสามารถแสดงบทบาทปกป้องเจ้าของได้ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่สมเหตุสมผล
6.16. กฎการปล้นค่ายทหาร (Fort Robbery Rules)20-35 คะแนน
ค่ายทหารเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีการป้องกันแน่นหนา การบุกปล้นถือเป็นเหตุอาชญากรรมขนาดใหญ่ (Major Crime)
การเล่นในสถานการณ์นี้ต้องยึดหลักความสมจริงและสมดุล ทั้งฝ่ายผู้ก่อเหตุและฝ่าย ตำรวจ
ต้องปฏิบัติตามกฎต่อไปนี้:
-
ฝ่ายผู้ปล้น:
- สมาคมที่ได้รับการรับรองจากเมือง – เข้าร่วมได้สูงสุด 8 คน
- กลุ่มคน/กลุ่มผู้เล่นทั่วไป รวมถึงตระกูลหรือกงสีในเชิง Roleplay – เข้าร่วมได้สูงสุด 5 คน
-
ฝ่าย ตำรวจ: เข้าร่วมได้สูงสุด 8 คน
-
ตัวประกัน (Hostages):
- สามารถมีตัวประกันได้สูงสุด 3 คน
- ต้องเป็นผู้เล่นจริงเท่านั้น
- ห้ามใช้ NPC เป็นตัวประกันเด็ดขาด
หลักการเข้าปะทะกับ NPC
-
ระหว่างที่ฝ่ายโจรกำลังปะทะกับ NPC:
ห้าม ตำรวจ เข้าไปแทรกแซงหรือเปิดฉากยิงโดยเด็ดขาด
ต้องปล่อยให้ผลแพ้ชนะระหว่างผู้เล่นและ NPC เกิดขึ้นก่อน
-
เมื่อฝ่ายโจรชนะ NPC:
หลังจากการปะทะกับ NPC สิ้นสุดลง ตำรวจ ต้องเริ่มต้นด้วยการ
เจรจา กับฝ่ายผู้ปล้นก่อนเสมอ การใช้กำลังสามารถทำได้เมื่อ:
- ฝ่ายผู้ปล้นเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน
- ฝ่ายผู้ปล้นพยายามหลบหนี
-
ตำรวจ ใช้ดุลยพินิจแล้วเห็นว่าเป็นภัยคุกคามร้ายแรง
และจำเป็นต้องยิงเพื่อความปลอดภัยของตนเองหรือผู้อื่น
-
เมื่อฝ่ายโจรแพ้ NPC:
หากฝ่ายผู้ปล้นหมดสภาพการต่อสู้ (สลบ) จากการปะทะกับ NPC แล้ว
ตำรวจ สามารถเข้าเคลียร์พื้นที่และจับกุมได้ทันที
การเจรจาและการบุกของ ตำรวจ
-
เมื่อ ตำรวจ เดินทางมาถึงค่ายทหาร และการปะทะระหว่างฝ่ายผู้ปล้นกับ NPC สิ้นสุดลงแล้ว
ต้องมีการ เจรจา กับฝ่ายผู้ปล้นก่อนเสมอ
(เช่น เจรจาเรื่องการมอบตัว ความปลอดภัยของตัวประกัน หรือเงื่อนไขในการถอนตัว)
-
การเจรจาต้องอยู่ในกรอบของ RP ที่สมเหตุสมผล
ห้ามอ้างสิทธิ์เหนือจริงหรือใช้ข้อมูลจากนอกเกม (OOC / Discord)
-
1) เงื่อนไขการบุกของ ตำรวจ:
-
ตำรวจ สามารถ บุกเข้าไปในค่ายทหาร
ได้ต่อเมื่อมีการตรวจสอบและยืนยันแล้วว่า
ไม่มีตัวประกันอยู่ภายในพื้นที่ค่ายทหาร
-
หากยังมีตัวประกันอยู่ภายในพื้นที่ค่าย
ตำรวจ ห้ามบุก และต้องใช้การเจรจาเป็นหลัก
-
2) ความผิดพลาดในการประเมินสถานการณ์ตัวประกัน:
-
หาก ตำรวจ ตรวจสอบผิดพลาดแล้วตัดสินใจบุกเข้าไป
จนส่งผลให้ตัวประกันได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ฝ่าย ตำรวจ จะต้องได้รับ โทษทางวินัย
ตามระเบียบของหน่วยงาน (เช่น การตักเตือน การพักงาน หรือบทลงโทษอื่น ๆ ที่เหมาะสม)
-
3) การประกาศลั่นวาจาก่อนการบุก:
-
ก่อนการบุกทุกครั้ง ตำรวจ ต้องทำการ
ประกาศลั่นวาจา ให้ฝ่ายผู้ปล้นทราบอย่างชัดเจน เช่น
“คุณมีเวลาเพียง 10 นาที มอบตัวซะ!”
-
เริ่มนับถอยหลัง 10 นาที
หลังจากมีการประกาศอย่างชัดเจนแล้วเท่านั้น
ห้ามให้เวลาน้อยกว่า 10 นาที
-
การประกาศต้องทำผ่านช่องทาง RP ในเกมที่ทุกฝ่ายสามารถได้ยินอย่างชัดเจน
ห้ามใช้ OOC หรือ Discord แทนการประกาศในเชิงบทบาท
ข้อกำหนดพื้นที่และยุทธวิธี
-
ห้ามทั้งฝ่ายผู้ปล้นและ ตำรวจ
ดักรอในพื้นที่ค่ายทหาร/หลังคา/จุดสูง
เป็นเวลานานโดยไม่มีเหตุผลเชิง RP ที่ชัดเจน
-
ฝ่ายผู้ปล้นต้องอยู่ใน รัศมีสมเหตุสมผล ของค่ายทหารระหว่างเหตุการณ์
ห้ามแตกกระจายเป็นวงกว้างเกินไปเพื่อสร้างความได้เปรียบที่ไม่สมจริง
การสิ้นสุดเหตุการณ์
-
เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หมดสภาพการต่อสู้หรือยอมจำนน ให้ถือว่าเหตุการณ์สิ้นสุดลง
-
หลังจบเหตุการณ์ ห้ามผู้เล่นที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
กลับเข้าร่วมเหตุการณ์เดิมอีกครั้ง (ยึดหลัก New Life Rule ตามที่เมืองกำหนด)
-
ผู้ที่เข้าร่วมการปล้นค่ายทหาร (ทั้งกลุ่ม)
จะได้รับคูลดาวน์ร่วมกันเป็นเวลา 2 ชั่วโมง
ไม่สามารถเริ่มเหตุปล้นค่ายทหารใหม่ หรือเข้าร่วมเหตุปล้นค่ายทหารอื่นได้จนกว่าจะครบเวลา
6.17. หลังจบสตอรี่และการจัดการผู้สลบ (Post-Story & Handling Unconscious Players)10-25 คะแนน
กฎข้อนี้กำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในทันทีหลังจากการปะทะหรือเรื่องราวที่มีผู้บาดเจ็บล้มตายสิ้นสุดลง
เพื่อรับประกันความยุติธรรม (Fair Play) และป้องกันการฉวยโอกาสจากการที่ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามหมดสภาพ
1. ข้อกำหนดสำคัญสำหรับทุกฝ่าย หลังจบการปะทะ
-
**ห้ามปล้นซ้ำหรือเก็บของ:** ห้ามมิให้ฝ่ายที่ชนะทำการปล้นซ้ำ เก็บของ หรือขโมยทรัพย์สินจากร่างผู้เล่นที่สลบ/บาดเจ็บในทันที
เว้นแต่การปล้นนั้นเป็นส่วนหนึ่งของสตอรี่ที่ริเริ่มขึ้นและถูกจำกัดตามกฎข้อ 6.11
-
**ห้ามหนีทันที:** ฝ่ายที่ริเริ่มเรื่องราว ห้ามออกจากเกมในทันที เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบ
(เช่น การถูก ตำรวจ จับกุม หรือการถูกฝ่ายตรงข้ามจดจำ) ต้องให้เรื่องราวดำเนินจนจบอย่างสมเหตุสมผล
-
**ห้ามเยาะเย้ย/พูดคุยกับผู้สลบ:** ตามหลักการ Roleplay แล้ว ไม่ควรมีการพูดคุยหรือโต้ตอบใดๆ กับผู้เล่นที่สลบ/บาดเจ็บหนักอยู่
ดังนั้น ห้ามด่าทอ, เยาะเย้ย, **พูดจาข่มขู่**, ยิงซ้ำร่าง, หรือแสดงพฤติกรรมที่ไม่ให้เกียรติผู้ที่สลบอยู่โดยเด็ดขาด
(การห้ามพูดคุย/โต้ตอบนี้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎ 6.8)
2. กรณีมีหน่วยแพทย์เข้าเวร (สามารถตรวจสอบสถานะได้ที่ Discord: 🩺|ประกาศหมอ)
เพื่อรักษาโอกาสในการ Roleplay ต่อเนื่อง (New Life Rule)
**ห้ามผู้เล่นทุกคน (โจร, พลเรือน, คู่กรณี) เคลื่อนย้ายร่างผู้เล่นที่สลบ/เสียชีวิตออกจากจุดเกิดเหตุโดยเด็ดขาด** จนกว่าหน่วยแพทย์จะมาถึง
-
**ห้ามขัดขวางการรักษา:** การกระทำใด ๆ ที่มีเจตนาทำให้แพทย์ไม่สามารถเข้าถึงร่างได้ภายใน **10 นาที** (เช่น การแบกไปซ่อน
หรือวางกำลังปิดกั้นทางเข้า) ถือเป็นการละเมิดกฎ **RK/Fail RP** อย่างร้ายแรง
-
**ข้อยกเว้นสำหรับ ตำรวจ (ใช้เมื่อจำเป็นเร่งด่วนเท่านั้น):** เจ้าหน้าที่สามารถเคลื่อนย้ายได้หากมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนในการป้องกันร่างไม่ให้ถูกโจมตีซ้ำ
โดยต้อง**แจ้งในบอร์ดสื่อสารของหน่วยงานเพื่อให้หมอรับทราบตำแหน่งใหม่ทันที**
เพื่ออำนวยความสะดวกในการตามหา
3. กรณีไม่มีหน่วยแพทย์เข้าเวร
-
**หากกลุ่มโจรเป็นฝ่ายแพ้:** ผู้เล่นที่สลบจะต้องยอมรับความพ่ายแพ้ และ ตำรวจ จะเป็นผู้นำตัวไปรักษาที่โรงหมอหรือควบคุมตัวตามขั้นตอน
เมื่อฟื้นแล้ว **ห้ามหลบหนี** (ถือเป็นการหนีผล RP)
-
**หากเจ้าหน้าที่ (ตำรวจ) เป็นฝ่ายแพ้:** กลุ่มโจร**สามารถพาเพื่อนร่วมกลุ่มที่สลบไปโรงหมอได้ทันที** เพื่อทำการรักษาหรือช่วยเหลือตามความเหมาะสม
-
**การกดเกิดใหม่ (Respawn):** หากไม่มีหมอเข้าเวร และไม่มีฝ่ายใดสามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างสมเหตุสมผล
ผู้เล่นจึงจะสามารถกดเกิดใหม่ได้ และต้องปฏิบัติตาม **New Life Rule** โดยสมบูรณ์
6.18. การทำสตอรี่ที่เกี่ยวข้องกับการปะทะหรือบุกโจมตี (ขนาดใหญ่) (Major Conflict Storylines)20-35 คะแนน
วัตถุประสงค์: เพื่อควบคุมให้การจัดกิจกรรมหรือสตอรี่ขนาดใหญ่ที่มีการปะทะหลายฝ่ายเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ
ปลอดภัย และไม่ละเมิดกติกาหรือสร้างผลกระทบเกินขอบเขตของ Roleplay หลัก
หมายเหตุ: กฎข้อนี้ใช้กับสตอรี่ขนาดใหญ่ที่มีการรวมกำลังผู้เล่นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากกว่า 8 คนขึ้นไป
หลักการทั่วไป
- หากมีการวางแผนทำสตอรี่ที่มีจำนวนผู้เล่นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิน 8 คนขึ้นไป
เช่น การรวมตัวบุกเมือง การปล้นธนาคาร หรือการก่อสงครามระหว่างองค์กร
ผู้เล่นหรือหัวหน้าฝ่ายต้องยื่นเรื่องปรึกษาทีมงานล่วงหน้า ก่อนเริ่มดำเนินการ
- ทีมงานจะพิจารณาความเหมาะสมของจำนวนผู้เล่น พื้นที่ เวลา และผลกระทบต่อผู้เล่นอื่น
เพื่ออนุมัติหรือเสนอแนวทางให้สอดคล้องกับกติกา
- หากดำเนินกิจกรรมโดยไม่แจ้งหรือไม่ได้รับอนุมัติล่วงหน้า
ทีมงานมีสิทธิ์ ยุติ Roleplay ทันทีและพิจารณาโทษตามดุลยพินิจ
ตัวอย่างสถานการณ์ที่เข้าข่าย
- การรวมกำลังบุกเมืองใหญ่ เช่น บุก ย่านท่าเรือฝั่งเหนือ หรือ Saint Denis เพื่อยึดอำนาจหรือก่อจลาจล
- การรวมกลุ่มปล้นธนาคารหรือค่ายทหาร ที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 8 คน ทั้งฝ่ายโจมตีหรือฝ่ายป้องกัน
- การก่อสงครามระหว่างองค์กร เช่น แก๊ง A และ B ประกาศศึกต่อกันในพื้นที่สาธารณะ
- การจับตัวประกันหรือปะทะในพื้นที่พลเรือน ที่มีผลกระทบต่อผู้เล่นทั่วไปจำนวนมาก
- กิจกรรมเนื้อเรื่องพิเศษ เช่น “ลอบสังหารผู้นำเมือง”, “ปลดปล่อยคุกใหญ่”, หรือ “จุดชนวนสงครามภาคเหนือ”
ซึ่งส่งผลต่อ Storyline หลักของเมือง
แนวทางการยื่นเรื่องปรึกษาทีมงาน
- ให้ยื่นเรื่องผ่านช่องทาง Discord Ticket โดยระบุข้อมูลต่อไปนี้:
- ชื่อสตอรี่หรือชื่อเหตุการณ์
- กลุ่มที่เกี่ยวข้องและจำนวนผู้เข้าร่วม
- สถานที่และเวลาที่คาดว่าจะจัด
- แนวคิดโดยสังเขปของเนื้อเรื่อง (Plot Summary)
- ทีมงานจะตรวจสอบความเหมาะสม และอาจเสนอให้ปรับรูปแบบเพื่อความสมดุล IC / OOC
- เมื่อได้รับอนุมัติ ทีมงานอาจเข้าร่วมสังเกตการณ์ในฐานะผู้ดูแล (Moderator Role) เพื่อรักษาความเรียบร้อย
หมายเหตุ: ทุกสตอรี่นอกเหนือจากกฎที่กล่าวมาทั้งหมด ให้ยึดถือจำนวนคนการทำสตอรี่จากกฎข้อนี้เป็นหลัก
สรุป: การปรึกษาทีมงานล่วงหน้าเป็นมาตรการเพื่อให้ Story ขนาดใหญ่ดำเนินได้อย่างราบรื่น
ป้องกันการเกิดความขัดแย้ง OOC และช่วยให้ทีมงานสามารถดูแลความสมดุลของเหตุการณ์ได้อย่างเหมาะสม
6.19. กฎการปล้นแคมป์ผู้เล่น (Robbing Player Camps)20-35 คะแนน
การปล้นแคมป์ผู้เล่นเป็นเหตุการณ์ที่มีผลกระทบทั้งต่อเรื่องราว (Roleplay) และทรัพย์สินของผู้เล่นทุกฝ่าย
เพื่อให้การดำเนินเหตุการณ์เป็นไปอย่างยุติธรรม มีเหตุผล และยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศของโลก Dragon Town
โปรดปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด
-
ขอบเขตทั่วไป
การปล้นแคมป์ต้องเกิดขึ้นภายใต้บริบทของ Roleplay เท่านั้น
ห้ามใช้ช่องโหว่ทางเทคนิค (exploit), โปรแกรมช่วย, หรือพฤติกรรม OOC
เพื่อให้ได้เปรียบหรือหลีกเลี่ยงผลของเหตุการณ์
-
ห้ามปล้นอาวุธ
ห้ามยึดหรือขโมยอาวุธทุกชนิดจากแคมป์ของผู้เล่น ไม่ว่าจะเป็นปืน กระสุน มีด หรืออาวุธประชิดใด ๆ
เนื่องจากอาวุธถือเป็นทรัพย์สินหลักที่เกี่ยวข้องกับสมดุลการต่อสู้
และไม่ได้อยู่ในขอบเขตของ “ทรัพย์สินทั่วไป” ที่สามารถปล้นได้
-
ขีดจำกัดทรัพย์สินที่ยึดได้
- เงินสด: สามารถปล้นได้ไม่เกิน 500 หยวน ต่อเหตุการณ์หนึ่งครั้ง
- สิ่งของ: สามารถปล้นของได้ไม่เกิน 3 ชิ้น (นับเป็นชิ้น ไม่ใช่ชนิด)
- ของที่ปล้นได้ต้องเป็นของที่มีอยู่จริงในแคมป์ขณะเกิดเหตุการณ์เท่านั้น
-
จำนวนผู้เข้าร่วม
ฝ่ายบุกสามารถเข้าร่วมได้สูงสุด 10 คน ต่อเหตุการณ์หนึ่งครั้ง
ส่วนฝ่ายตั้งรับ (เจ้าของแคมป์และผู้ช่วย) สามารถเข้าร่วมป้องกันได้สูงสุด 12 คน
-
การแจ้งเตือนและสิทธิ์ในการตั้งรับ
เมื่อเริ่มต้นการงัดหรือการปล้น ระบบจะส่งการแจ้งเตือนไปยังเจ้าของแคมป์และสมาชิกฝ่ายตั้งรับโดยอัตโนมัติ
ฝ่ายตั้งรับสามารถเข้ามาป้องกันได้ภายในขอบเขตที่กำหนด โดยห้ามเกินจำนวนผู้เล่นที่กำหนดไว้
-
คูลดาวน์หลังการปล้น
ผู้เล่นแต่ละคนที่มีส่วนร่วมในการปล้นจะถูกตั้งคูลดาวน์ 24 ชั่วโมง หลังจบเหตุการณ์
ในระหว่างคูลดาวน์นั้น ผู้เล่นจะไม่สามารถเข้าร่วมการปล้นแคมป์อื่นได้อีกจนกว่าจะครบกำหนดเวลา
(คูลดาวน์นี้นับเป็นรายกลุ่ม)
-
การแต่งกายของฝ่ายบุก
ฝ่ายบุกต้องแสดง เอกลักษณ์ของกลุ่ม อย่างชัดเจนระหว่างการปฏิบัติการปล้น เพื่อให้ผู้เล่นฝ่ายอื่นสามารถระบุได้ว่าเป็นฝ่ายเดียวกัน
เอกลักษณ์ของกลุ่มอาจเป็นเครื่องแต่งกายเฉพาะ สี สัญลักษณ์ เครื่องประดับ หรือป้ายกลุ่ม
เพื่อความชัดเจนในการ Roleplay และการตรวจสอบโดยทีมงาน
-
การหนีและการยุติเหตุการณ์
หากฝ่ายตั้งรับยังมาไม่ถึงในขณะที่ฝ่ายบุกเก็บของเรียบร้อย ฝ่ายบุกสามารถหลบหนีออกจากพื้นที่ได้ตามบทบาท
แต่หากฝ่ายตั้งรับหรือเจ้าของแคมป์มาถึงขณะเหตุการณ์ยังไม่จบ
ทั้งสองฝ่ายต้อง พยายามสร้างบทสนทนาและเรื่องราว (Roleplay) ก่อนที่จะใช้ความรุนแรงหรือเปิดฉากต่อสู้
เพื่อรักษาความสมจริงของเนื้อเรื่องและความเป็นธรรมต่อผู้เล่นทุกคน
-
ผลลัพธ์เมื่อฝ่ายบุกแพ้
หากฝ่ายบุกพ่ายแพ้หรือถูกทำให้สลบในระหว่างการปล้น
ฝ่ายตั้งรับ ไม่มีสิทธิ์เก็บของจากร่างของฝ่ายบุกโดยตรง
แต่จะต้อง นำตัวฝ่ายบุกส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ ตำรวจ เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ฝ่ายเจ้าของแคมป์สามารถยื่นคำร้อง เรียกร้องค่าเสียหาย และ ขอรับของที่ถูกขโมยคืน ผ่านขั้นตอนทางกฎหมายได้เท่านั้น
ทั้งนี้ ต้องเป็นการ Roleplay ภายในเนื้อเรื่อง (IC) และไม่ใช้เหตุผล OOC เพื่อบังคับคืนทรัพย์สิน
-
ตัวอย่างสถานการณ์
- ถูกต้อง: สมาคมที่ได้รับการรับรองจากเมือง 8 คน บุกปล้นแคมป์ เก็บเงินได้ 200 หยวน และสิ่งของ 3 ชิ้น แสดงเอกลักษณ์ของกลุ่ม ฝ่ายตั้งรับไม่ทัน — เหตุการณ์ถือว่าถูกต้อง
- ผิดกฎ: ฝ่ายบุกยึดปืนหรือกระสุนจากแคมป์ ถือเป็นการละเมิดทันที
- ฝ่ายบุกแพ้: ฝ่ายบุกถูกจับและถูกนำตัวส่ง ตำรวจ เพื่อดำเนินคดี ฝ่ายเจ้าของแคมป์สามารถยื่นคำร้องขอของคืนและเรียกค่าเสียหายได้ตามขั้นตอนทางกฎหมาย
-
หมายเหตุเพิ่มเติม
การปล้นแคมป์เป็นกิจกรรมระดับสูงของ Roleplay ที่เน้นความร่วมมือและการสร้างเรื่องราวร่วมกัน
ไม่ใช่กิจกรรมเพื่อสะสมทรัพย์สินหรือแสวงหากำไรส่วนตัว หากพบว่ามีการใช้ระบบนี้ในทางที่ผิด
ทีมงานสามารถเพิกถอนเหตุการณ์นั้นหรือยกเลิกผลที่เกิดขึ้นได้ตามดุลยพินิจ
6.20. การขายยาเสพติดกับ NPC (Drug Dealing with NPCs)10-25 คะแนน
นิยาม
- การขายกับ NPC: การโต้ตอบกับตัวละครที่ไม่ใช่ผู้เล่น (NPC) เพื่อแลกเปลี่ยนยาเสพติดเป็นเงินหรือสิ่งตอบแทน โดยมีแอนิเมชัน/แถบความคืบหน้าปรากฏชัดเจน
- ร่วมขาย: ผู้เล่นที่ยืนร่วมปฏิบัติการขายเดียวกัน (เฝ้าจุด/เฝ้าระวัง/ส่งของ) ณ เวลาเดียวกัน โดยนับเฉพาะผู้ที่อยู่ในระยะเหตุและสื่อสารร่วมแผน
- เคส (Case): เหตุเดียวต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มพบเหตุจนจบกระบวนการควบคุม/ตรวจค้น/เคลียร์พื้นที่
- ติดอนิเมชัน: ผู้ขายกำลังอยู่ระหว่างแอนิเมชันการขาย/อินเทอร์แอคชันกับ NPC อย่างชัดเจน
ข้อจำกัดจำนวนผู้เกี่ยวข้อง
- ผู้ขาย: สูงสุด 2 คน ต่อ การขาย NPC หนึ่งครั้ง (เกินกว่านี้ถือว่าเกินขอบเขต RP และผิดข้อกำหนด)
- ตำรวจ: เข้าจัดการเหตุได้ไม่เกิน 3 คน ต่อ 1 เคส (รวมทุกหน่วยในเหตุเดียวกัน)
การนับจำนวนอ้างอิงจากช่วงเวลาที่เริ่มพบเหตุ/เริ่มแทรกแซง จนจบเคส ห้ามหมุนเวียนกำลังพลเพื่อเลี่ยงจำนวนสูงสุด
หลักการปฏิบัติเมื่อ ตำรวจ พบเหตุ
- สังเกตการณ์อย่างปลอดภัย: จัดมุมกำบัง/ระยะปลอดภัย เพื่อประเมินสถานการณ์ ไม่รบกวนการขายจนกว่าแอนิเมชันจะสิ้นสุด
- ห้ามยิงทันที: เมื่อพบผู้ขายติดอนิเมชัน ให้ รอจนจบการขาย ก่อนทุกกรณี แล้วจึงประกาศตัว
- ประกาศตนและเจรจา: ใช้คำสั่งเสียง/ข้อความที่ชัดเจน (เช่น “ตำรวจ! วางอาวุธ ยกมือขึ้น ตรวจค้น”) เปิดโอกาสให้ปฏิบัติตามอย่างเหมาะสม
- ขั้นบันไดการใช้กำลัง (Use of Force):
- คำสั่งปากเปล่า → การคุมเชิง/เล็งเตือน → เครื่องมือไม่ถึงตาย (ถ้ามี) → อาวุธปืน (เฉพาะเมื่อมีภัยคุกคามชัดเจน)
- หลีกเลี่ยงการยิงขณะผู้ต้องสงสัยไม่พร้อมสู้/ยังอยู่ในอนิเมชัน
- ควบคุมพื้นที่และตรวจค้น: หลังยอมจำนน ให้เก็บ/ยึดของกลางตามขั้นตอน บันทึกเวลา จุดเกิดเหตุ และบุคคลเกี่ยวข้อง
ข้อยกเว้น (เหตุฉุกเฉิน)
- ป้องกันตนเองโดยชอบ: ผู้ขายหรือผู้ร่วมเหตุใช้อาวุธจ่อ ยิงใส่ หรือเล็งทำร้ายทันที
- ภัยใกล้ตัวระดับวิกฤต: เสี่ยงอันตรายต่อชีวิตประชาชน/เจ้าหน้าที่แบบฉับพลัน (เช่น จุดชนวนระเบิด/จุดไฟ/จับตัวประกัน)
- หลบหนีพร้อมอาวุธ: ผู้ต้องสงสัยหลบหนีพร้อมอาวุธและเล็งทำร้ายบุคคลอื่น
เมื่อเข้าเงื่อนไขข้างต้น การยับยั้งโดยทันทีถือว่าสมเหตุสมผล แต่ยังต้องยึดหลักสัดส่วนการใช้กำลัง
มาตรฐาน Roleplay
- ห้ามยั่วยุให้เกิดปะทะโดยไร้เหตุสมควร (Bait) และห้ามซ้อนกำลังพลเกินกว่าที่กำหนด
- ผู้ขายต้องคำนึงถึงสถานที่/เวลา ไม่ก่อความวุ่นวายเกินจำเป็นในเขตพลเมืองหนาแน่นโดยไร้แผนรองรับ
- ตำรวจ ต้องให้โอกาสในการยอมจำนน/สื่อสารก่อนใช้กำลัง เว้นแต่เข้าเงื่อนไขข้อยกเว้น
แนวทางปฏิบัติของผู้ขายเมื่อถูกพบ
- เมื่อได้ยินประกาศตนจาก ตำรวจ ให้หยุดการเคลื่อนไหวและทำตามคำสั่งหรือ เลือกจะต่อสู้/วิ่งหนีก็ได้
- ห้ามใช้บั๊ก/แอนิเมชันเพื่อหลบหนีโดยไม่สมเหตุผล
- หากต้องการเจรจา ให้สื่อสารอย่างชัดเจน รักษามารยาท และหลีกเลี่ยงเมตาเกมมิ่ง
ตัวอย่างสถานการณ์ (กดเพื่อเปิด/ปิด)
ตัวอย่างที่ถูก (Correct Examples): ตำรวจ 3 นายเฝ้ามุมกำบัง รอผู้ขาย (2 คน) ขายจบ แล้วประกาศตัว สั่งยอมจำนน ตรวจค้น ยึดของกลาง จบเหตุโดยไม่ยิง
ตัวอย่างที่ผิด (Incorrect Examples): ตำรวจ ยิงใส่ผู้ขายทันทีขณะติดอนิเมชัน หรือดึงกำลังมาเกิน 3 นายเพื่อไล่ล่าเคสเดียวกัน